ข่าวดึก 7HD

ตรวจค้นกว่า 10 จุด ล่าคนร้ายจี้ชิงทอง จ.ลพบุรี

เช้ามืดวันนี้ ตำรวจชุดสืบสวน นำหมายค้นเข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัย เพื่อหาตัวคนร้ายและพยานหลักฐานคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดังกลางเมืองลพบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีก 4 คน

พลตำรวจตรีณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าวันนี้ชุดทำงานได้จู่โจมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายมากกว่า 10 จุด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ขณะเดียวกันวันนี้ พลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีด้วยเช่นกัน โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ขณะนี้เบาะแสของคนร้ายเริ่มชัดเจนแล้ว แต่ก็ได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม หาเบาะแสเพิ่มเติมร่วมกับตำรวจในพื้นที่

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ตำรวจกองปราบปราม ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย โดยให้เน้นไปที่กลุ่มคนที่เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธและนักแม่นปืน เป็นชายอายุระหว่าง 35-50 ปี จึงมีการตรวจสอบจากรายชื่อและประวัติบุคคลที่เข้าไปใช้สนามยิงปืนที่จังหวัดลพบุรี และย้อนหลังไป 3 ปี ด้วยว่าใครใช้ปืน หรือกระสุนปืนลักษณะเดียวกับคนร้าย ส่วนการสอบสวน ก็ยังตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องสงสัย ทั้งข้าราชการและพลเรือนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน แม่และพ่อของพนักงานขาย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เข้าไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี พร้อมเปิดใจว่ายังรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวจะเกิดอันตรายกับครอบครัว

ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี พ่อแม่ของนางสาวธิดารัตน์ ทองทิพย์ พนักงานขาย เหยื่อกระสุนของคนร้าย เข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการทำงาน พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชน ยอมรับว่า รู้สึกเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคนในครอบครัว เพราะสงสัยว่าผู้ก่อเหตุจะพักอาศัยอยู่ใกล้บ้าน และหากบุคคลนี้เป็นคนร้ายจริง ก็อาจจะทำร้ายคนในครอบครัวได้

เช่นเดียวกับพ่อแม่ของน้องไทตัล หนูน้อยอายุ 2 ขวบ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ออกมาเปิดใจรู้สึกไม่สบายใจ หลังถูกสื่อช่องหนึ่ง ขุดคุ้ยนำเสนอชีวิตของตัวในอดีต ว่าเคยมีลูกติดกับภรรยาเก่า และมีปัญหาค้างค่าแชร์ กว่า 10,000 บาท หนำซ้ำยังเชิญเจ้าหนี้มาออกรายการ ประจานตนเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวช่องดังกล่าว มาขอสัมภาษณ์ตนในประเด็นอื่น จึงขอให้ยุติการนำเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าว ที่ทำให้ตนเองเสื่อมเสีย
อย่างไรก็ตามหลังจากเผาศพน้องไทตัลแล้ว ก็ได้ตระเวนทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับลูกชาย

และเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดี ด้วยตนเองอีกครั้ง พร้อมตำหนิการเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก และนายตำรวจที่นำความคืบหน้าคดีโพสต์ลงโซเชียล ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการไล่ล่าคนร้าย โดยหลังการประชุมได้เปิดเผยว่า การปูพรมตรวจค้นกว่า 10 จุดวันนี้ ได้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงตัวคนร้ายบ้างในบางจุด และเชื่อว่าคนร้าย ยังคงหลบหนีอยู่บริเวณจังหวัดข้างเคียงนี้ และมีการติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่เช่นกัน

ซึ่งอุปสรรคสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนหนึ่งมาจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน รวมทั้งการโพสต์ความคืบหน้าของคดีลงโซเชียล ของตำรวจบางนาย จึงได้มีการคาดโทษไว้แล้ว รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยด้วย

ซึ่งก็สอดคล้องกับพลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เตือนสื่อมวลชน ให้นำเสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง และตรวจสอบให้ดี คำนึงถึงจรรยาบรรณ รวมทั้งฝากไปถึงประชาชนด้วย หากเผยแพร่ภาพบุคคลต้องสงสัยที่ไม่ถูกต้อง ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

และวันนี้ หนึ่งในผู้ถูกนำภาพไปโพสต์ในโซเชียล กล่าวหาว่าเป็นคนร้ายที่ก่อคดีฆ่า 3 ศพชิงทองที่จังหวัดลพบุรี ก็ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ ปอท. แล้ว เพื่อเอาผิดเพจต่างๆ ที่นำรูปไปโพสต์ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

จากกรณีที่ตำรวจได้มีการให้ข่าวก่อนหน้านี้ ว่ามีบุคคลต้องสงสัยก่อเหตุยิง 3 ศพชิงทองที่จังหวัด 3 คน ที่เป็นเป้าหมายของตำรวจ หลังจากนั้นเพจต่างๆ ได้นำภาพบุคคลทั้ง 3 คน มาโพสต์โดยระบุว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุ ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก

วันนี้ นายฐปนนท์ ปรีชาจารย์ หนึ่งในผู้ที่ถูกพาดพิงถึง ได้เดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำภาพของตนเองไปลงตามเพจต่างๆ กล่าวหาว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่า 3 ศพชิงทองจังหวัดลพบุรี