สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พาเหรดขึ้นราคาสินค้า รับตรุษจีน

ช่วงเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ซ้ำยังมาเจอภาวะภัยแล้ง ปีนี้ถือว่าคนไทยเจอศึกหนักตั้งแต่ต้นปี เพราะบรรดาสินค้าต่างพาเหรดกันขึ้นราคา ไม่ใช่เพียงเฉพาะเนื้อหมูที่ว่ากันว่าตรุษจีนปีนี้ ราคาอาจพุ่งแตะกิโลกรัมละ 180 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน ราคาผลผลิตเกษตรหลายอย่าง ทั้ง เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด ผลไม้ จะมีการปรับราคาสูงขึ้นตามความต้องการในตลาด แต่ปีนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากทุกปี เพราะราคาปรับเพิ่มขึ้นแบบพรวดพราดจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ขณะนี้ราคาหน้าเขียงเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าแล้วถึง 30% หรือเฉลี่ยขายที่กิโลกรัมละ 130-170 บาท ตามคุณภาพ คาดตรุษจีนปีนี้ราคาพุ่งสูงทะลุ 180 บาทต่อกิโลกรัม

บรรดาเจ้าของเขียงหมูในตลาดสด ชี้สาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลให้หมูโตช้า และผู้เลี้ยงต้องมีต้นทุนในการดูแลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่กำลังระบาดในหลายประเทศ ส่งผลให้เนื้อหมูจากไทยที่ยังมีความปลอดภัยถูกส่งออกนอกประเทศมากขึ้น ปริมาณคงเหลือในบ้านเราจึงลดลง ทำให้ราคาเนื้อหมูพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อราคาเนื้อหมูปรับเพิ่ม ผู้ค้าน่าจะยิ้มได้ แต่สถานการณ์กลับสวนทาง ผู้ค้าเขียงหมูต่างโอดครวญ ยอดขายหดหายไปกว่า 50% เหตุลูกค้าลดปริมาณการซื้อลงตามกำลังทรัพย์ ก็ได้เพียงแต่ทำใจ ปรับตัวให้อยู่ได้

ลามต่อถึงพ่อค้าแม่ขายอาหารสำเร็จรูปที่ต้องปรับตัวตาม มีทั้งยอมได้กำไรน้อยลง หรือบางรายจำใจต้องปรับราคาขึ้น แม้จะกังวลว่าลูกค้าจะหดหายบ้าง เพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว

ไม่เพียงเฉพาะเนื้อหมู ราคาน้ำมันปาล์มขวดเองก็พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว จากขวดละไม่ถึง 20 บาท ก่อนหน้านี้ กลายเป็นขายกันขวดละ 42-45 บาท ยังไม่รวมราคาผักสด ผลไม้ ที่จะเห็นราคาใหม่กันในสัปดาห์หน้า ส่วนมะนาวเองก็จ่อจะปรับราคารับหน้าแล้งด้วยเหมือนกัน ตามด้วยราคาข้าวสาร ที่ปีนี้ราคาพุ่งแน่นอน

ท้ายสุด คงต้องก้มหน้ายอมรับเผชิญความท้าทาย ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจทำคนไทยกระเป๋าแห้ง ซ้ำภัยแล้งยังคุกคาม ผู้บริโภคอย่าง เรา ๆ คงต้องวางแผนรองรับความเสี่ยงนี้ จับจ่ายอย่างพอเหมาะพอเพียง เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระในอนาคต