เช้านี้ที่หมอชิต

คุมตัวทำแผนฯ ชายยิงเพื่อนบ้านสาหัส ยิงปะทะตำรวจ

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สามารถรวบตัวคนร้ายก่อเหตุยิงเพื่อนบ้านสาหัส แล้วหลบหนีเข้าบ้าน ก่อนยิงปะทะตำรวจได้สำเร็จ หลังจากวางกำลังปิดล้อมบ้านคนร้ายนานกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ความคืบหน้ากรณี นายเกรียงไกร สุกันทา อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง นายสุริยันต์ อาจเมือง อายุ 54 ปี เพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วหนีไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านพัก ย่านตำบลชมพู อำเภอสารภี กระทั่งตำรวจกว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือ กระจายกำลังกันปิดล้อมบ้าน และมีการยิงปะทะกัน แต่ นายเกรียงไกร ยังคงหลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน ไม่ยอมออกมา เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 15 มกราคม

จนช่วงเช้ามืดเมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) ตำรวจใช้ไม้อ่อนให้ภรรยาของเขาเข้าไปเกลี้ยกล่อม ภรรยาพูดคุยไม่ถึง 5 นาที นายเกรียงไกร ใจอ่อนเดินลงจากบ้านในสภาพอิดโรยยอมมอบตัว ตำรวจเข้ารวบตัวทันที

ตำรวจคุมตัว นายเกรียงไกร ไปสอบปากคำ เขายอมรับว่าก่อนก่อเหตุเสพยาบ้าไป 1 เม็ด อ้างว่ายิงนายสุริยันต์ เพราะไม่พอใจที่ นายสุริยันต์แจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับเขาเรื่องยาเสพติด โดยเขาเห็นรถตำรวจมาจอดที่บ้านนายสุริยันต์ หลายครั้ง ตำรวจระบุว่า นายเกรียงไกร มีอาการประสาทหลอนจากยาเสพติด ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตลอดเวลา และเข้าใจผิดว่า นายสุริยันต์ เป็นคนแจ้งตำรวจให้ไปจับเขา

จากนั้นตำรวจคุมตัว นายเกรียงไกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรก นายเกรียงไกร พกปืนใส่กระเป๋าเดินเข้าไปหา นายสุริยันต์ ที่บ้าน ขณะนั้น นายสุริยันต์ กำลังนั่งทำธูปอยู่ข้างบ้าน เขาเดินเข้าไปถาม นายสุริยันต์ ว่าเป็นคนแจ้งตำรวจให้มาจับเขาเรื่องยาเสพติดหรือไม่ ก่อนจะชักปืนยิงนายสุริยันต์ ทันที

จุดที่สอง หลังยิง นายสุริยันต์ แล้ว และกำลังจะหนี จังหวะนั้นภรรยาของนายสุริยันต์ มาเห็นเหตุการณ์ และพยายามจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ถูกนายสุริยันต์ ข่มขู่ว่าหากแจ้งตำรวจจะฆ่าเธออีกคน

จุดที่สาม นายเกรียงไกร หลบอยู่ในบ้านพักถูกตำรวจปิดล้อมบ้านนานหลายชั่วโมง เป็นจุดที่เขาเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ เขาอ้างว่าขณะนั้นเขากำลังเปิดประตูบ้านชั้นสอง พยายามจะหลบหนี แต่ตกใจเห็นตำรวจปิดล้อมจึงยิงปืนใส่ เพื่อป้องกันตัวเอง แล้วถูกตำรวจยิงสวน จึงกลับเข้าไปซ่อนตัวในบ้านต่อ กระทั่งช่วงเช้ามืด ตัดสินใจยอมมอบตัวกับตำรวจ

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา นายเกรียงไกร ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 หรือยาบ้า คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย