ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : ตรวจโครงการศาลากลางน้ำ บึงสีไฟ จ.พิจิตร

บึงสีไฟ พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ 5,300 ไร่ เป็นที่อยู่และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตร โดยศาลากลางน้ำทำจากไม้ ใกล้กับรูปปั้นพญาชาละวันเป็นสัญลักษณ์คู่บึงสีไฟมานานกว่า 70 ปี เทศบาลเมืองพิจิตร เห็นว่าปัจจุบันศาลากลางน้ำ มีสภาพทรุดโทรม จึงว่าจ้างเอกชนรื้อศาลาหลังเดิม และก่อสร้างใหม่ให้มีลักษณะใกล้เคียงของเดิม สิ้นสุดสัญญาวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จ ประชาชนจึงส่งเรื่องร้องเรียน คอลัมน์หมายเลข 7 ให้ช่วยตรวจสอบ

รองนายกเทศมนตรีเมืองพิจิตร ชี้แจง ผู้รับจ้างเข้าดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนดถึง 4 เดือน โดยเทศบาลเมืองพิจิตร ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำหนังสือเร่งรัดหลังมีแนวโน้มว่างานจะไม่เสร็จตามสัญญา ขณะเดียวกันยังไม่มีการเบิกจ่ายเงิน ขณะที่ผู้รับจ้าง ยืนยัน ไม่ทิ้งงานพร้อมชี้แจงปัญหาอุปสรรคในการจัดหาไม้, ระยะเวลาในการหล่อเสาเข็ม รวมถึงการตอกเสาเข็ม ซึ่งต้องมีปริมาณน้ำเพียงพอ น่าสังเกตว่า ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ผู้รับจ้างต้องทราบตั้งแต่ลงสำรวจพื้นที่หรือไม่

ทั้งนี้เทศบาลเมืองพิจิตร เริ่มคิดค่าปรับเอกชนคู่สัญญาวันละ 8,900 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม เนื่องจากมีการแก้ไขแบบ จึงสิ้นสุดสัญญาวันที่ 2 มกราคม หากค่าปรับเกิน 10% ของวงเงินค่าจ้างก็จะพิจารณาตามระเบียบราชการต่อไป สอบถาม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. ฝากข้อสังเกตในฐานะมีประสบการณ์ตรวจสอบเงินแผ่นดิน เพื่อไม่ให้ราชการเกิดความเสียหาย

Facebook : รายการคอลัมน์หมายเลข 7