ข่าวในพระราชสำนัก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย

เวลา 16.05 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปยังศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย โอกาสนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังลานสวนสนาม ศูนย์การทหารม้า ทรงตรวจพลสวนสนาม จากกองทหาร 3 เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรถราชองครักษ์ในพระองค์ฯ เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จ ทั้งนี้ กองทัพไทยได้จัดให้มีการสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล ในวันกองทัพไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ด้วยเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือข้าศึก อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถ พระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ และความกล้าหาญเสียสละของบรรพบุรุษที่ได้ปกป้องรักษาราชอาณาจักร ให้ธำรงความเป็นชาติอย่างมั่นคงสืบต่อจนปัจจุบัน

ต่อจากนั้น ประทับพระราชอาสน์ ณ พระที่นั่งชุมสาย พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดอกไม้ธูปเทียนแพแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาการจัดพิธีสวนสนาม และถวายสัตย์ปฏิญาณ กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล และนำกำลังพลสวนสนามทหาร-ตำรวจ กล่าวคำปฏิญาณตน

จากนั้น วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ เหล่าทัพละ 21 นัด โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนรับการถวายความเคารพ และพระราชทานพระราชดำรัส

"ประเทศชาติจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ ประโยชน์สุขของทุกคนในชาติ ข้าพเจ้าจึงยินดีมาก ที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีและเจตนาอันแน่วแน่ ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ขอให้นายทหาร นายตำรวจทุกคน รักษาคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด แล้วตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง เข้มแข็ง และเสียสละ พร้อมทั้้งหมั่นศึกษาและฝึกฝนตนเองให้มีความจัดเจนคล่องแคล่วในหน้าที่ และในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เสมอ ทุกคน ทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือ ร่วมใจกัน สร้างสรรค์ความวัฒนาผาสุกให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้ ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป"

จากนั้น กรมสวนสนามแปรขบวนเตรียมการสวนสนาม แตรเดี่ยวเป่าสัญญาณหน้าเดิน 2 จบ แล้วทอดพระเนตรการสวนสนามภาคอากาศ ประกอบด้วย หมู่บิน AU-23 จำนวน 3 เครื่อง ทำการบินปล่อยควันสีรูปธงชาติ นอกจากนี้ ยังมีกำลังทางอากาศ ประกอบด้วย หมู่บินเฮลิคอปเตอร์ 4 เหล่าทัพ ทำการบินแบบ หมู่ 6 เครื่อง และหมู่ 9 เครื่อง รวม 15 เครื่อง พร้อมด้วยเครื่องบินรบ ทำการบินแบบหมู่ 9 เครื่อง และ 10 เครื่อง รวม 19 เครื่อง

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนรับการถวายความเคารพจากกองพันสวนสนาม ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน 7 กรม กรมละ 4 กองพัน รวม 28 กองพัน, กรมวิ่งสวนสนาม จำนวน 1 กรม ๔ กองพัน, กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 กองพัน, กรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม กรมละ 3 กองพัน รวม 6 กองพัน รวมการจัดกำลังสวนสนามฯ ครั้งนี้ มีจำนวน 10 กรม 39 กองพัน รวม 6,812 นาย

พิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ ในครั้งนี้ นอกจากในโอกาสวันกองทัพไทยแล้ว ยังเนื่องในโอกาสมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 และทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงน้อมใจจัดการสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์เป็นครั้งแรกในรัชสมัย เพื่อแสดงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น "องค์จอมทัพไทย" อันเป็นมิ่งขวัญแก่เหล่าทหาร-ตำรวจ พร้อมทั้งแสดงถึงแสนยานุภาพ และความเป็นปึกแผ่นในการผนึกกำลังอย่างแน่นแฟ้นของทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด