7HD ร้อนออนไลน์

สมชัย ข้องใจ หากพรุ่งนี้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ศาล รธน.จะวินิจฉัยคดีเงินกู้ต่อหรือไม่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก โดยแสดงความเห็นถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่คดีล้มล้างการปกครอง โดยระบุข้อความว่า ดาบแรกตัดคอสะบั้นแล้ว ยังจำต้องมีดาบสองหรือไม่

"คำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลแล้ว ก่อนศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือมีคำสั่ง ถ้าผู้ร้องตายหรือมีการถอนคำร้อง หรือไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีนั้น ศาลจะพิจารณาสั่งจำหน่ายคดีนั้นก็ได้ เว้นแต่การพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ" (มาตรา 51 พรป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561)

กำลังสมมติสถานการณ์ว่า หากในวันที่ 21 มกราคม 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ด้วยเหตุมาตรา 92 (2) ของ พรป.พรรคการเมือง ที่ระบุว่า "กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" แล้ว

คดีเงินกู้พรรค ที่ กกต. ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุการกระทำผิด ตามมาตรา 72 "ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย" นั้น ยังจะเดินหน้าพิจารณาต่อไปอีกหรือไม่

เปรียบดาบแรกตัดคอขาดแล้ว ยังต้องมีดาบสองเพื่อตัดซ้ำอีกหรือไม่

ดังนั้น เราอาจได้ยินประโยคว่า "ดังนั้น เมื่อมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว ก็ไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีเงินกู้พรรค ซึ่ง เป็นการกระทำผิด ตามมาตรา 92(3) "กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74" ทั้งนี้เนื่องจาก ผลของคำวินิจฉัยนำไปสู่ผลที่เหมือนกัน คือ ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

ฟันหนึ่ง เหมือนได้สอง คือ ยุติคดีเงินกู้พรรค ที่อาจลุกลามไปยังพรรคอื่นอีกอย่างน้อย 32 พรรคในอนาคตด้วย

ผมกลับมีความเห็นต่างว่า ในกรณีนี้หากเกิดยุบพรรคจริง ศาลไม่ควรจำหน่ายคดีเงินกู้พรรค เพราะ "การพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ" เนื่องจากจะเป็นบรรทัดฐานว่า "พรรคกู้เงินได้หรือไม่ เงินกู้คือหนี้สิน หรือเป็นเงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่"

อย่างน้อยจะได้รู้ว่า กกต.หาเรื่องในสิ่งที่ไม่ควรเป็นเรื่อง คำฟ้องต่อ กกต.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะได้มีน้ำหนักในขั้นศาลยิ่งขึ้น

แต่หากศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุติคดีเงินกู้ คงต้องมีคำถามกลับไปว่า การพิจารณาคดีต่อนั้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างใด