7HD ร้อนออนไลน์

ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่คดีล้มล้างการปกครอง

ที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่

ล่าสุดองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 4 ไม่ได้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้างการปกครอง เนื่องจากในการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรค จะต้องยื่นข้อบังคับพรรค  ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ก่อนรับจัดตั้งพรรคและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นเมื่อ กกต.รับรองจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองและมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงถือได้ว่าข้อบังคับพรรคดังกล่าวไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง ดังนั้นคำร้องดังกล่าวจึงเป็นเพียงข้อห่วงใยของผู้ร้อง

อย่างไรก็ตาม การใช้ข้อความในข้อบังคับของพรรคการเมืองควรมีความชัดเจนไม่คุมเครือ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาเพิกถอนข้อบังคับนั้นได้ จึงสมควรที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป

ส่วนประเด็นเรื่องแนวคิดหรือการแสดงความเห็นของผู้ถูกร้องนั้น เห็นว่าการพิจารณาว่าบุคคลใดจะใช้สิทธิล้มล้างการปกครองจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงทำให้เห็นได้ว่าการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่และไม่ห่างไกลจากเหตุ แต่ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 4 กระทำการล้มล้างการปกครอง

คดีนี้ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมปี 2562 ในฐานะเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ มิให้กลุ่มบุคคลใดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยอ้างว่าสัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ากลับหัว เหมือนสัญลักษณ์ของสมาคมอิลลูมินาติ ที่หมายถึงการยึดมั่นแนวคิดความเป็นอิสระ เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครอง

นายณฐพร กล่าว ภายหลังศาลอ่านคำวินิจฉัยจบว่า ส่วนตัวแล้วตนยอมรับกับคำวินิจฉัยที่ออกมา ไม่ติดใจกับคำวินิจฉัยของศาลเพราะถือว่าตนเองได้ทำเต็มที่แล้วในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ต้องอยู่คู่กับประเทศไทย และดีใจที่ประชาชนได้รับรู้ถึงความตั้งใจของตน

และในบางช่วงบางตอนของศาลในการอ่านคำวินิจฉัยก็ให้พรรคอนาคตใหม่กลับไปแก้ข้อบังคับพรรคให้มีแนวทางยึดกับหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้เป็นข้อขัดแย้งใดๆเพียงแต่หากพรรคการเมืองใดทำการกระทำแบบนี้เห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควร

อย่างไรก็ตามตนได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 92 ให้กับ กกต.แล้วและให้ กกต.เป็นผู้พิจารณาเองว่า จะรับคำร้องหรือไม่อย่างไร ซึ่งเชื่อว่า กกต. จะรับคำร้องนี้ไว้พิจารณา เพราะถือเป็นหน้าที่ของ กกต. โดยตรง