7HD ร้อนออนไลน์

รวบแก๊งหลอกขายทองปลอมทั่วอีสาน เสียหายกว่า 7.6 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงผลการจับกุม 3 ใน 7 ผู้ต้องหา จำนำทองรูปพรรณปลอม ทราบชื่อ 1.นางสุภาพ อายุ 42 ปี 2.นายปกรณ์ อายุ 43 ปี 3.นายธนากร อายุ 30 ปี พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ จำนวน 2 คัน, สร้อยคอคล้ายทองคำจำนวนหลายเส้น, บัตรประชาชน 7 ใบ, ใบรับจำนำทอง จำนวน 70 ใบ, เงินสดจำนวน 65,000 บาท, มือถือ 3 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 4 เล่ม, สมุดบันทึกจำนวน 6 เล่ม, และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตทองคำปลอม จำนวน 6 รายการ

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในขบวนการปลอมทอง ที่ตำรวจแกะรอยและเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาต่อเนื่อง กระทั่งได้รับแจ้งจากร้านทองแห่งหนึ่งว่า นายธนากร นำทองรูปพรรณน้ำหนักเท่ากันและลายเดียวกันมาจำนำบ่อยครั้ง เมื่อนำไปตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นทองปลอม จึงประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุมและควบคุมตัวมาสอบสวน นายธนากร ให้การรับสารภาพว่า ได้รับทองมาจากนางสุภาพ และนายปกรณ์ ตนมีหน้าที่นำมาจำนำเท่านั้น จากนั้นตำรวจจึงได้แกะรอยคนร้ายตามที่นายธนากร ให้การ ก่อนเข้าทำการจับกุมนายปกรณ์และนางสุภาพได้ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำ น้ำหนักตั้งแต่เส้นละ 1 บาท ถึง 5 บาท และอุปกรณ์การทำทองรูปพรรณปลอมชุดใหญ่ครบชุด

นายปกรณ์ เล่าว่า เดิมมีอาชีพทำทองที่ กรุงเทพฯ ได้เรียนรู้วีการทำทองและชุบทอง รวมทั้งการปลอมแปลงทอง ตอนทำงานร้านทองที่กรุงเทพฯ และก็เคยถูกจับกุมได้ที่ จ.ศรีษะเกษ เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อปี 2561 ก่อนกลับมาร่วมกับพวกรวม 7 คน ตั้งแก๊งปลอมทองขึ้น โดยจะซื้อทองคำรูปพรรณของจริงน้ำหนักเส้นละ 1 บาท จากร้านขายทองที่มีชื่อเสียง ก่อนนำมาหลอมตามขั้นตอน คู่กับส่วนผสมต่างๆ เสร็จแล้วก็นำมายืด พิมพ์ลายและชุบทองอีกครั้ง ให้มีลักษณะเท่ากับของจริง ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ถูกสั่งซื้อมาจากร้านเครื่องมือช่างและร้านจำหน่ายทองคำ ทำให้ปลอมออกมาได้เหมือนของจริง

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ทองคำที่เป็นทองปลอมแล้ว ก็จะให้ผู้ร่วมขบวนการ นำทองไปจำนำตามร้านทองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ศรีษะเกษ และ อุดรธานี โดยเน้นร้านตรวจสอบไม่ค่อยละเอียด หรือมีเครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อได้เงินมาแล้วนั้น จะมีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกจะเป็นค่าจ้างในการทำทองคำ ที่จ่ายค่าแรงให้บาทละ 1,000 บาท ที่เหลือจะมาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ใช้ในการลงทุนซื้อทองจริงในครั้งต่อไปและอีกครึ่งหนึ่ง นำมาแบ่งผู้ร่วมขบวนการที่มีด้วยกันอยู่ทั้งหมด 7 คน

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดนี้ค้าทองปลอมมาแล้วรวม 76 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมไม่น้อยกว่า 7,600,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย “ขอฝากเตือนไปถึงร้านทองทุกร้าน ที่ต้องตรวจสอบทองคำทุกเส้นอย่างละเอียด และตรวจสอบบัตรประชาชนที่ผู้นำทองไปจำนำหรือนำไปจำหน่ายอย่างละเอียด เพราะอาจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้ หลังจากนี้จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 4 คน รวมทั้งขบวนการปลอมทองในภาคอีสานอย่างเร่งด่วนต่อไป" พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าว