เช้านี้ที่หมอชิต

ครม.เห็นชอบ 12 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

เช้านี้ที่หมอชิต - คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 12 มาตรการ แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกันในวันที่ 23 มกราคมนี้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) โดยจะเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือถึงมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือและแก้ปัญหา

โดยคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบ 12 มาตรการ ประกอบด้วย การขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ จากวงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก, ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์, ตรวจวัดควันดำรถโดยสารไม่ประจำทางทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุด ครบทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ, ให้กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ตรวจจับควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อออกคำสั่งห้ามใช้รถ, ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานให้ปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ, กำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้า และก่อสร้างอื่น ๆ เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ทำให้เกิดฝุ่นและปัญหาการจราจร บริเวณโดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง

มาตรการต่อไป คือ ไม่ให้เผาในที่โล่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่เผา, ให้จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้อำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย ควบคุมการเผาในที่โล่ง เข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง, ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 PPM ซึ่งเป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองน้อย, ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน และรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน, ภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษา สนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี, สร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน เกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละออง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า มาตรการระยะสั้นที่สามารทำได้ทันที คือให้รถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในได้เฉพาะวันคู่เท่านั้น คือให้สลับวิ่งวันเว้นวัน เนื่องจากปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 ส่วนใหญ่มาจากท้องถนน โดยในอนาคตหากยังไม่ได้ผล ก็อาจจำเป็นต้องทำเหมือนที่ต่างประเทศทำ และหากลดปัญหาจากรถบรรทุกแล้ว จากรถกระบะแล้ว ยังไม่เกิดผลสำเร็จก็คงต้องมาที่รถยนต์ส่วนบุคคล