สนามข่าว 7 สี

รวบแก๊งปลอมทอง ตระเวนหลอกขาย-จำนำตามร้านทองกว่า 100 ครั้ง จ.ขอนแก่น

ตำรวจขอนแก่น รวบผู้ต้องหา 2 คน แก๊งผลิตทองคำรูปพรรณ แล้วนำไปตระเวนจำนำและขายตามร้านทองในพื้นที่ขอนแก่น พบทำมานานกว่า 6 เดือน ขายไปแล้วกว่า 100 ครั้ง

รวบแก๊งปลอมทอง ตระเวนหลอกขายชาวบ้าน จ.ขอนแก่น
นางสุภาพ ดำดิน อายุ 42 ปี และนายปกรณ์ คำลือ อายุ 43 ปี ถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ขยายผลจับกุม หลังพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีพฤติกรรมลักลอบผลิตทองคำรูปพรรณปลอม แล้วนำไปขายและจำนำตามร้านทองในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ก่อเหตุไปแล้วกว่า 100 ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท จึงตามไปจับกุม พร้อมยึดทองคำปลอมและอุปกรณ์ผลิตทองคำรูปพรรณปลอม จำนวน 65,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร และใบรับจำนำทอง

นางสุภาพ เล่าว่า เคยมีสามีเป็นช่างทอง แต่สามีถูกจับกุมในคดีผลิตทองปลอม จึงได้ชักชวนให้นายปกรณ์ น้องชายสามี ที่มีความรู้ในการทำทองมาร่วมขบวนการ

ด้าน นายปกรณ์ อ้างว่าเงินที่ได้นำไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ให้พ่อแม่ ส่วนวิธีการผลิตทองรูปพรรณปลอม ตนเองเคยเป็นลูกมือให้พี่ชาย อาศัยการจดจำคลุกคลีเรียนรู้มา ซึ่งทองคำที่ผลิตจะใช้ทองคำจริงส่วนหนึ่งมาห่อหุ้มโลหะ หรือนิกเกิล ก่อนจะปั๊มตราสัญลักษณ์และน้ำหนักทองให้เหมือนจริง หากมองด้วยตาเปล่า หรือใช้น้ำยา ก็จะไม่รู้ว่าทองปลอม

จากการตรวจสอบประวัติ นางสุภาพ พบมีหมายจับคดีฉ้อโกงและซ่องโจรที่ สภ.ภูเก็ต นายปกรณ์เคยต้องโทษคดีฉ้อโกงและติดคุกที่เรือนจำศรีสะเกษเมื่อปี 2559 แล้วออกมากระทำผิดซ้ำอีก อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ต้องหาแก๊งนี้มีผู้ร่วมขบวนการอยู่ 7 คน จับได้แล้ว 3 คนส่วนอีก 4 คน ทำหน้าที่คอยนำทองไปจำนำยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

อ้างเป็นญาติหลอกขอยืมเงิน จ.ตรัง
จังหวัดตรัง ผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นาโยง ว่าถูกมิจฉาชีพส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก อ้างตัวเป็นญาติพี่น้อง และได้รับความเดือดร้อน ต้องนำเงินไปจ่ายค่าซ่อมรถที่อู่ ให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร อ้างว่าจะนำเงินมาคืนให้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายเชิดเงินหลบหนี

นายพัณณ์พิสิฐ ด้วงนุ้ย อายุ 47 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เขาและเพื่อนถูกชายคนหนึ่งเพิ่มชื่อขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ก่อนจะมีการพูดคุยกันผ่านทางข้อความ โดยชายคนดังกล่าวอ้างตัวเป็นญาติพี่น้อง เพิ่งย้ายมาประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดตรังได้ไม่นาน รถก็มาพังต้องนำเข้าอู่ แต่ไม่มีเงิน ไม่รู้จะพึ่งใคร แต่พอดีในเฟซบุ๊กปรากฏนามสกุลเดียวกัน จึงขอความช่วยเหลือ ผู้เสียหายเชื่อใจยอมโอนเงินให้จำนวน 3,000 บาท แต่ผ่านไป 2 เดือนเงียบหาย และไปทราบจากกลุ่มเพื่อนว่าถูกชายคนนี้หลอกในลักษณะเดียวกัน จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจ สภ.นาโยง อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โพสต์ขายรถผ่านโซเชียล สุดท้ายถูกเชิดรถหลบหนี จ.พระนครศรีอยุธยา
ภาพจากกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บันทึกภาพขณะที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายไปด้วย กระทั่งขี่มาถึงบริเวณหน้าบ้านผู้เสียหาย คนร้ายทำทีขอลองรถอีกครั้ง โดยขับวนในซอยประมาณ 2 รอบ ก่อนจะอาศัยจังหวะขี่รถหลบหนี

ผู้เสียหาย เล่าว่า เขาได้ประกาศขายรถผ่านเฟซบุ๊กในราคา 22,000 บาท มาแล้วประมาณ 2 เดือน แต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งติดต่อจะขอซื้อ โดยเขาจะเดินทางมาหา และให้ไปรับที่หน้าหมู่บ้าน เพื่อไปพูดคุยตกลงการซื้อขายกันที่บ้านของผู้เสียหาย แต่พอไปถึงคนร้ายก็ขอทดลองขี่รถอีกครั้ง ผู้เสียหายพยายามจะนั่งซ้อนท้ายไปด้วย แต่คนร้ายอ้างบอกว่าจะขี่วนในซอยหมู่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่สุดท้ายก็ขี่เร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว

ผู้เสียหาย บอกว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ตอนนี้ไม่ต้องการได้รถคืน แต่อยากให้ตำรวจ สภ.บางปะอิน ช่วยจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะไม่อยากให้ไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีก