ข่าวดึก 7HD

เจ้าหน้าที่นำตัวนายสรยุทธ ส่งเรือนจำ

ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม นางพิชชาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท. นิติบุคคลบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ นางสาวมณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้ม ทยอยเดินทางไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา หลังตกเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ, เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว

กรณีที่เกิดขึ้นต้องอธิบายอย่างนี้ นางพิชชาภา พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท.จำเลยที่ 1 ได้ปกปิดไม่รายงานค่าโฆษณาเกินในรายการคุย คุ้ยข่าว ที่มีนายสรยุทธ เป็นเจ้าของบริษัท จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท แลกกับค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือเป็นเงินกว่า 700,000 บาท โดยนายสรยุทธ จ่ายให้เป็นเช็ค 6 ฉบับ เหตุเกิดช่วงระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 - 28 เมษายน 2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ให้จำคุกจำเลย 3 คน โดยนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 รับโทษจำคุก 20 ปี, ส่วนนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ขณะที่บริษัท ไร่ส้ม ปรับเงิน 80,000 บาท ส่วนศาลฎีกาพิเคราะห์ในประเด็นที่จำเลยแต่ละคนยื่นฎีกา โดยนางพิชชาภา อ้างว่าไม่ได้มีหน้าที่รายงานค่าโฆษณาเกินให้กับ อสมท. ศาลเห็นว่า หัวหน้างานได้มอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลโฆษณาแต่กลับปกปิดข้อเท็จจริง และมีนายสรยุทธ และนางมณฑา เสนอค่าตอบแทนให้ จึงไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าวได้

นายสรยุทธ ได้ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา แต่ศาลเห็นว่านายสรยุทธ เป็นสื่อมวลชนอาวุโส สมควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม แต่กลับกระทำผิดกฎหมายเสียเอง จึงไม่เห็นควรลดโทษ แต่เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกนางพิชชาภา 12 ปี ส่วนนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา เหลือโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน และปรับบริษัทไร่ส้มเป็นเงิน 72,000 บาท

หลังพิพากษาเพื่อนๆ ได้เข้าไปให้กำลังใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวนายสรยุทธ และพวกไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่ พันตำรวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อนายสรยุทธ ไปถึงเรือนจำ ฝ่ายทะเบียนได้ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ พิมพ์มือ ถ่ายรูป และตรวจร่างกาย โดยนายสรยุทธ มีโรคประจำตัวหลายโรค เช่น ไขมันในเลือดสูง, มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ร่วมกับมีเลือดออกในลำไส้ และโรคถุงลมโป่งพอง มีสภาพจิตใจปกติ ในช่วงแรกจะจัดให้อยู่ในแดนแรกรับ ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ให้ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง และได้จัดให้ผู้ต้องขังช่วยงาน 2 คน ช่วยดูแลนักโทษเข้าใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับสภาพจิตใจ ส่วนอาหารเย็นที่จัดให้นักโทษทั่วไป คือ ข้าวสวยกับแกงเผ็ดไก่ใส่ผัก และผัดผักใส่ไข่

ก่อนหน้านี้ นายสรยุทธได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ก็จะยอมรับ เตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเอาไว้แล้ว ไม่เคยคิดว่าจะหลบหนี เพราะนั่นจะเท่ากับไม่เคารพกระบวนการของกฎหมาย ความยากลำบากเดียวคือ ทำใจ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะทำได้ขนาดไหน จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ที่จะทำความคุ้นเคยกับมัน แต่ที่สุดแล้วก็ต้องยอมรับให้ได้ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป อย่างน้อยวันนี้ก็จะได้เริ่มต้นใหม่เสียที แม้ว่าจะเริ่มต้นจากติดลบ อยู่ในคุก แต่ก็ได้เริ่มต้น ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ จนกว่าจะมีโอกาสพบกันใหม่

ขณะที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ให้ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ กรณีบริษัทไร่ส้มเป็นบทเรียนว่าผู้มาทำธุรกิจกับ อสมท.ต้องยึดหลักกฎหมาย และธรรมาภิบาลในการทำงานสื่อสารมวลชน ส่วนผู้บริหารที่เกี่ยวข้องก็ต้องตรวจสอบและอนุมัติด้วยความรัดกุม และพนักงานผู้ปฏิบัติต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์เพราะหากเห็นแก่ประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ก็จะได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง