เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : ล่าคนร้ายโหดชิงทองกลางห้างดังลพบุรีกราดยิงดับ 3 ศพ

ราว 20.30 น. วันที่ 9 มกราคม คนร้ายสวมเสื้อดำ กางเกงลายพราง สวมหมวกไหมพรม เดินเข้าประตูห้างสรรพสินค้า กลางเมืองลพบุรี รปภ.ของห้าง เห็นพิรุธ จึงวิ่งเข้าไปสอบถาม คนร้ายจึงชักปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ติดลำกล้องเก็บเสียงยิงใส่ รปภ. แล้วกราดยิงทั่วพื้น กระสุนแฉลบไปโดนศีรษะเด็กชายอายุ 2 ขวบ

ต่อมาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ร้านทองที่เกิดเหตุ ใช้ปืนยิง สามีภรรยาและลูกสาว ที่กำลังเลือกซื้อทอง แล้วยิงพนักงานของร้านอีก 2 คน ก่อนปีนขึ้นเคาน์เตอร์ จ่อยิงพนักงานซ้ำอีกครั้ง แล้วกวาดทองด้านหลังไป 7 ถาด รวมน้ำหนัก 28 บาท ใส่กระเป๋า

ก่อนหลบหนีได้กราดยิงใส่ รปภ.อีก 2 คน เพื่อเปิดทาง แล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ พนักงานสาวในร้านทอง หัวหน้า รปภ.ประจำห้างและเด็กชาย อายุ 2 ขวบ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน

ทันทีหลังเกิดเหตุตำรวจระดมกำลังปูพรมไล่ล่าตัว โดยสืบจากปืนติดลำกล้อง, กระสุน, กระเป๋าเป้, รองเท้า และรถจักรยานยนต์ ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายเชี่ยวชาญการใช้ปืน อาจเป็นนักแม่นปืน หรือ ทหาร ตำรวจ

ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสอีกแรง โดยมีรางวัลนำจับคนร้ายทั้งจากการลงขันของชาวบ้าน และจากหน่วยงานต่างๆ รวมค่าหัวคนร้ายรายนี้กว่าครึ่งล้านบาท

ปฏิบัติการไล่ล่ายังคงดำเนินอย่างเข้มข้น ชุดสืบสวนจัดกำลังลงพื้นที่ไปร้านรองเท้า และเสื้อผ้า ที่ตลาดโรงเกลือจังหวัดสระบุรี และเจอร้านรองเท้ามือสองรุ่นเดียวกันกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยมีชายต้องสงสัย 3 คนซื้อไป ก่อนจะเกิดเหตุ

ต่อมาตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่กว่า 10 จุด ในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง พบเพียงเบาะแสบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนร้าย จากนั้นได้เรียกผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ รวมถึงเจ้าของปืน และรถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุมาตรวจสอบแต่ก็ยังไร้วี่แวว

ผ่านไปเกือบสัปดาห์นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยมีเป้าคนร้าย แต่จากข้อมูลเชื่อว่าน่าจะหลบหนีไปถึงชายแดนแล้ว พร้อมตำหนิสื่อฯ ลงข่าวถี่ จนทำให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งปรับแผนการทำงาน โดยแบ่งตำรวจเป็น 25 ทีม กระจายกำลังทำงานทั้งในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง แต่เหมือนสถานการณ์จะเริ่มนิ่งไม่มีความเคลื่อนไหว กระทั่งวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมาตำรวจเปิดเผยว่าพบผู้ต้องสงสัยที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคนร้ายและใช้กระเป๋าเป้แบบเดียวกัน แต่ต่อมาตำรวจได้ปล่อยตัวชายต้องสงสัยดังกล่าวไป หลังผลสอบสวนพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง