7HD ร้อนออนไลน์

ชาวอู่ฮั่นแห่ซื้อหน้ากากอนามัย หวั่นการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

กระทรวงสาธารณสุขจีน แนะนำประชาชนในเมืองอู่ฮั่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ชุมชน หรือมีผู้คนหนาแน่น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อจนถึงเที่ยงคืนวันนี้พุ่งถึง 440 ราย ยอดผู้เสียชีวิต 9 คน นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยประชาชนจำนวนมากแห่ซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ด้วยความหวั่นวิตกที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีแหล่งจุดเริ่มแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ หลายคนยกเลิกแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน และพักอยู่กับบ้านแทน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมืองอู่ฮั่น ได้จัดสรรเตียงผู้ป่วย 800 หลัง ในโรงพยาบาลที่กำหนดไว้ 3 แห่ง และจะเร่งจัดสรรอีก 1,200 หลังอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีการจัดตั้งเขตดูแลผู้ป่วยวิกฤต 5 จุด ในโรงพยาบาลท้องถิ่น 5 แห่ง โดยแต่ละแห่งจะมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ 30 คน คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง มีการออกมาตรการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสาร เร่งฆ่าเชื้อ และระบายอากาศตามสนามบิน สถานีรถไฟและพื้นที่ ที่มีคนพลุกพล่านด้วย

ส่วนผู้ป่วยรายแรกที่ได้รับการยืนยันในไทย ได้รับการรักษาและถูกส่งกลับจีน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ต่อมาถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่กำหนดไว้เพื่อเฝ้าดูอาการต่อไป ขณะที่ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้ง 18 ราย รวมถึงบุตรเขยของผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯ กำลังเร่งหาตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 2 ในไทย โดยจนถึงขณะนี้พบตัวแล้ว 3 ราย ขณะที่ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 4 รายของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในญี่ปุ่น อยู่ระหว่างการสังเกตอาการเช่นกัน

ด้านสำนักงานสาธารณสุขเขตบริหารพิเศษมาเก๊า รายงานว่า พบผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นคนแรก ซึ่งเป็นหญิงนักธุรกิจวัย 52 ปี จากเมืองอู่ฮั่น  ล่าสุด อาการของหญิงคนดังกล่าวดีขึ้นแล้ว แต่ถูกแยกตัวไปรักษาอาการป่วย

ขณะที่ไต้หวัน พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นรายแรกเช่นกัน โดยเป็นหญิงชาวไต้หวัน อายุประมาณ 50 ปี อาศัยในเมืองอู่ฮั่น ก่อนเดินทางกลับมาที่ไต้หวันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และมีอาการป่วยเป็นไข้, ไอ และเจ็บคอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันโรคที่ท่าอากาศยานนานาชาติ “เถาหยวน” (Taoyuan) ได้แยกตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว