7HD ร้อนออนไลน์

นายกฯ หวั่น งบฯ 63 ล่าช้า เพราะ สส.เสียบบัตรแทนกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ในวันนี้ และกล่าวถึง กรณีการเสียบบัตรแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณรายจ่าย 2563 ว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องดูว่าเกิดที่ไหน และรัฐบาลจะแก้ไขอะไรได้อย่างไร โดยมีรัฐบาลมีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่สื่อน่าจะถามตนคือจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งตนก็ต้องมีการพูดคุยกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไร เพราะขณะนี้ทราบว่าได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นต้องมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะแก้ไขในส่วนการบริหารราชการได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามวันนี้ในส่วนของงบบุคลากรและงบอะไรต่างๆ ไม่ได้มีปัญหามากนัก แต่มีปัญหาในเรื่องงบลงทุนที่มีจำนวนหลายแสนล้านบาท ซึ่งหากทำไม่ได้ก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น จึงต้องหามาตรการอื่นมาเสริมอีกจำนวนมาก แต่ถ้าไม่มีเงินลงไปก็จะเดือดร้อนกันทั้งหมด อย่างไรก็ตามตนเคารพในกติกาและกฎหมายทุกตัว จึงขอให้ติดตามเรื่องนี้กันต่อไปแล้วกัน

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า คาดว่างบประมาณฯ จะล่าช้าหรือขยายไปอีกนานเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ตนไม่รู้ว่าจะนานหรือไม่นาน ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ปกติก็ใช้เวลานานพอสมควรในเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นก็จะทำให้ล่าช้าไปอีก และงบประมาณมีปัญหา สมมติช้าไปอีก 3 เดือน แล้วจะใช้ทันหรือไม่ในเวลาที่เหลืออยู่ ขณะนี้เข้าไปไตรมาส 2 แล้ว ส่วนความเป็นไปได้ที่จะออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้นั้น มองว่ายังไม่สมควรในเวลานี้

ทั้งนี้ทีมเศรษฐกิจก็ต้องทำแผนสำรองอยู่แล้ว โดยจะมีการประชุมในเรื่องงบประมาณว่าจะทำอย่างไรได้บ้างหากต้องเลื่อนออกไปอีกในด้านการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐที่เรียกว่าใช้ไปพลางก่อนจะทำอย่างไร ซึ่งปัญหาติดอย่างเดียวคือเรื่องของเศรษฐกิจและงบลงทุน

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า เรื่องการแฉ สส.เสียบบัตรแทนกัน มีการมองว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่รู้ ไม่ว่าพรรคไหนตนก็ไม่รู้เหมือนกัน สะท้อนว่าเป็นการขุดคุ้ยฟ้องร้องกันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องไปถามคนฟ้อง อย่ามาถามตน เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องตรงโน้น แต่สรุปว่าไม่ควรกระทำ นั่นแหละไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม ไม่ควรจะกระทำถ้ารู้ว่าผิดกติกาของสภา เอางี้ ตนตอบอย่างนี้