7HD ร้อนออนไลน์

คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไฟเขียวมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นพิษตามที่ ทส.เสนอ

ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากประชุมครม.มีมติเห็นชอบยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์รุนแรง ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มอบหมายหน่วยงานดำเนินการโดยเร่งด่วนดังนี้

1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกข้อบังคับเพิ่มเติมขยายพื้นที่จำกัดรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ห้ามเข้ากรุงเทพฯ จากแนววงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก และห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นใน กทม. วันคี่ ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ วันคู่เข้าได้ในช่วงเวลากำหนด เพิ่มความเข้มงวดตรวจรถควันดำ
2. กระทรวงคมนาคม ตรวจวัดควันดำรถโดยสารไม่ประจำทางทุกคันเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุดใน 50 เขต ร่วมมือกับตำรวจจราจรตรวจควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก
3. กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบโรงงานที่ก่อฝุ่นละออง ถ้าไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานให้สั่งปรับปรุงในเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดประกอบการ ขอความร่วมมือลดกำลังผลิต ความคุมดูแลลดการเผาอ้อยก่อนส่งโรงงานให้ได้
4. กระทรวงมหาดไทย ส่วนท้องถิ่นและจังหวัดควบคุมการเผาในที่โล่ง ดูแลกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นอย่างใกล้ชิด
5. กรุงเทพมหานคร กวดขันแก้ปัญหาจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อลดฝุ่นละออง รวมทั้งไม่ให้มีการเผาในที่โล่งแจ้ง ใช้อำนาจตามหน้าที่ควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นอื่นๆในพื้นที่
6. ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ยกเว้น 9 จังหวัดภาคเหนือ ให้ออกเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ควบคุมการเผาขยะมูลฝอย หญ้า พืชไร่ ตอซังข้าว ไม่ว่าจะในที่ของตนเองหรือในที่สาธารณะในช่วงวิกฤติฝุ่นละออง เข้มงวดควบคุมยานพาหนะ ตรวจโรงงานต่าง ๆ
7. ข้อเสนออื่น คือ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาทำงาน รถราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน กระทรวงพลังงานพิจารณาสนับสนุนลดราคานํ้ามันที่มีกำมะถัน ไม่เกิน 10 พีพีเอ็ม และให้ทส.และหน่วยราชการสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดมาตรการดูแลสุขภาพประชาชน โดยประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ เกี่ยวกับอันตรายของฝุ่นละออง PM2.5 รวมทั้งวิธีป้องกันและดูแลตนเอง เมื่อเกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กสำหรับการให้บริการประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง