7HD ร้อนออนไลน์

เจ้าของโรงงานแจ้งจับ เอ๋ ปารีณา ข้อหาบุกรุก หลังคลิปวิวาทว่อนเน็ต

หลังจากเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรมโพสต์คลิปของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์  ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ขณะปะทะคารมเดือดกับเจ้าของโรงงานอาหารสัตว์เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมาภายในโครงการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ พื้นที่ หมู่ 9 ต.เขาชะงุ้ม  อ.โพธาราม จ.ราชบุรีนั้น

นายกิติทัต มณีพรรณ์ อายุ 45 ปี เจ้าของโรงงานดังกล่าว พร้อมด้วยนายสุทธิรักษ์ สุกใส  ทนายความ เดินทางมาที่ สภ.เขาดิน อ.โพธาราม เพื่อแจ้งความเอาผิดกับน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พร้อมกับพวกในข้อหาบุกรุก เป็นการรบกวนการครอบครองพื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.ยิ่งยศ คงมีลาภ ผกก.สภ.เขาดิน และ พ.ต.ท.สมบัติ ครุฑธา รองผกก.สอบสวนได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองพร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ก่อนดำเนินการรับแจ้งความ 

นายกิติทัต เจ้าของโรงงาน เล่าว่า ตัดสินใจแจ้งความกับ น.ส.ปารีณา และพวก ในข้อหาบุกรุก สืบเนื่องจากตั้งแต่เดือน พ.ย.62 น.ส.ปารีณา ได้มีการร้องเรียนเรื่องระยะห่างของที่ดินตนตามกฤษฎีกาตีความของผังเมืองว่า โรงงานที่จะสร้างได้ ตัวโรงงานการผลิตจะต้องห่างจากวัด โรงเรียน โรงพยาบาล 1,000 เมตร ส่วนของพื้นที่ตนเองห่างประมาณ 1 พัน 3 เมตร 68 เซนติเมตร  ถือว่าถูกต้องไม่ผิดกฎหมาย แต่น.ส.ปารีณา ได้ลงมือวัดเขตเองได้ 600 เมตร ตามคลิปที่ได้มีการเผยแพร่ทำให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบว่า เป็นอย่างที่ น.ส.ปารีณา พูดหรือไม่ กระทั่งวันที่ 20 ม.ค. 63 ฝ่ายปกครองลงตรวจวัดพื้นที่ ซึ่งผลจากการวัดโดยใช้กล้องยิงในมุมรัศมีตรงตรวจวัดได้ 1 พัน 3 เมตร 68 เซนติเมตร เท่ากับค่าเดิม ไม่ใช่ค่าที่น.ส.ปารีณาวัดได้  และในวันเกิดเหตุ น.ส.ปารีณา พร้อมผู้ติดตาม ได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างของตน โดยไม่ได้ขออนุญาตอีกด้วย  ทางโรงงาน ยืนยัน มีการขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยมีประชาคมรับรองและมีใบอนุญาต อ.1 ถูกต้อง

นอกจากนี้จะไปร้อง กมธ. เพื่อขอความเป็นธรรมว่าโดนกลั่นแกล้ง ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง ที่ต้องได้รับสิทธิตรงนั้นเหมือนกัน  ส่วนข้อมูลที่น.ส.ปารีณา ให้การว่า ตนเป็นคนจ.กาญจนบุรี ได้ภรรยาที่ราชบุรีแล้วย้ายเข้ามานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตนเกิดที่โรงพยาบาล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ส่วนที่บอกว่ามีการทำร้ายร่างกายเรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะในช่วงที่ตนมาถึงไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายกันแต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.ยิ่งยศ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งความไว้แล้วจะดำเนินการตามจุดประสงค์ของผู้แจ้ง ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานก่อนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยืนยันจะทำตามหน้าที่และให้ความเป็นธรรม แม้อีกฝ่ายจะเป็น สส.ในพื้นที่ก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง