เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เปิดผลผ่าชันสูตรศพยีราฟ พบน้ำเต็มปอด-จมน้ำตาย ไม่เกี่ยวกับยาสลบ

ความคืบหน้าเหตุการณ์ที่มียีราฟ 2 ตัวในจำนวนทั้งหมด 78 ตัว พร้อมกับม้าลายอีก 60 ตัวที่กำลังถูกขนย้ายไปสถานเพาะพันธุ์ ในจังหวัดปราจีนบุรี เกิดหลุดออกจากกรงรถบรรทุกระหว่างทาง บริเวณถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่ซาฟารีเวิลด์ตามจับกลับไปได้ 1 ตัว ส่วนอีกตัวเป็นยีราฟเพศผู้ อายุ 3 ปี สูง 3 เมตรวิ่งเตลิดหายไป ก่อนพบจมน้ำตายอยู่ในสระบัวหน้าโรงแรม ซึ่งห่างจากจุดที่หลุดออกมาประมาณ 500 เมตร

เบื้องต้นคาดว่ายีราฟตัวนี้น่าจะวิ่งเตลิด หลังเจ้าหน้าที่พยายามยิงยาสลบใส่ จนเกิดตกใจวิ่งข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม มาถึงสระบัวหน้าโรงแรม แต่พื้นของสระบัวที่เป็นดินโคลนอาจทำให้ลื่นล้ม จนหมดแรง ส่วนสาเหตุการตาย จะมาจากผลจากยาสลบที่ออกฤทธิ์ด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอพิสูจน์ซากยีราฟให้แน่ชัดอีกครั้ง

ล่าสุด นายสัตวแพทย์อนุวัฒน์ วัฒนนรเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ยืนยันสาเหตุการตายของยีราฟ พบว่ามีน้ำเต็มปอดซึ่งเกิดจากการจมน้ำ ส่วนร่างกายไม่พบร่องรอยบาดเจ็บ แต่การพยายามเข้าจับยีราฟที่หลุดไป ทีมงานยอมรับว่าได้ใช้ยาสลบยิงยีราฟทั้ง 2 ตัว ตัวแรกเพศเมีย อายุ 5 ปี น้ำหนัก 500 กิโลกรัม สูง 4 เมตร ยาสลบออกฤทธิ์เต็มที่จนสามารถควบคุมไว้ได้อย่างปลอดภัย ต่อมาได้ยิงยาสลบยีราฟอีกตัว ก่อนที่ยีราฟตัวดังกล่าวจะวิ่งเตลิดหายไป โดยยาสลบจะมีฤทธิ์ทำให้สัตว์เซื่องซึม แต่สภาพสระน้ำที่ยีราฟจมลงไป ที่ค่อนข้างลึกและชัน ทำให้ทรงตัวไม่ได้ จนล้มลงและจมน้ำเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุที่ทีมแพทย์ตัดสินใจเข้าจับยีราฟตัวแรกก่อน เนื่องจากยีราฟตัวนี้ค่อนข้างแตกตื่น อยู่ใกล้ที่ชุมชนมากกว่า อีกทั้งการจราจรบนถนนเริ่มหนาแน่น เกรงจะเกิดอันตราย ทั้งต่อสัตว์และประชาชนที่ผ่านไปมา

ด้านผู้บริหารซาฟารีเวิลด์ ยืนยันกรณีที่มีคลิปออกมาเปิดเผยว่ายีราฟที่ตายถูกรถจักรยานยนต์คันหนึ่งไล่ชนนั้น ภาพดังกล่าวเป็นยีราฟตัวแรกที่ทีมงานจับไว้ได้แล้ว แต่จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการบาดเจ็บ เชื่อว่าน่าจะไม่ได้ถูกรถเฉี่ยวชน

ผู้บริหารซาฟารีเวิลด์ เปิดเผยอีกว่า การขนส่งครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐานการขนย้ายสัตว์ใหญ่ ที่มีคู่ค้าดูแลและจัดการการขนส่ง ก่อนร่วมกันขนย้ายไปปลายทาง จากนี้จะนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง