ประเด็นเด็ด 7 สี

คุมตัวทำแผนฯ คนร้ายบุก ชิงเงินธนาคารย่านประชาอุทิศ พบประวัติอาชญากรรมโชกโชน [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจตามรวบตัวผู้ต้องหาที่บุกแย่งปืนพนักงานรักษาความปลอดภัย ก่อนเข้าไปชิงเงินที่ธนาคาร กลางห้างสรรพสินค้าย่านประชาอุทิศได้แล้ว พบมีแฟนสาวพาหลบหนี อ้างชำนาญเส้นทาง ไม่คิดว่าตำรวจจะตามจับได้ ตรวจสอบประวัติพบเคยโทรมหญิงและเสพยาเสพติด ติดตามเรื่องนี้จากรายงานของคุณกรองทอง จันทะบุรม

ตำรวจคุมตัว นายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ธนาคารแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าย่านประชาอุทิศ กรุงเทพมหานคร หลังจากเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เขาบุกเดี่ยวเข้ามาจี้ชิงเงินในธนาคารแห่งนี้ ได้เงินสดหลบหนีไปเกือบ 900,000 บาท

นายชัยวัฒน์ เล่าว่า วันเกิดเหตุเขาขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ข้างห้าง ก่อนจะเดินอ้อมมาที่ธนาคารซึ่งอยู่อีกฝั่ง ระหว่างนั้นเขาถอดหมวกกันน็อกออกมาถือไว้ในมือ แล้วเดินปรี่เข้ามาประชิดตัว รปภ.ของธนาคาร ใช้ปืนจี้ที่เอว บังคับให้ รปภ. ส่งปืนที่มีให้ จากนั้นเดินไปที่เคาน์เตอร์ ใช้ปืนจี้พนักงานหญิง  บังคับให้เธอหยิบเงินสดใส่กระเป๋าเป้ให้ ก่อนจะปีนไปยืนหลังเคาน์เตอร์ เปิดลิ้นชักกวาดเงินที่อยู่ในนั้นใส่กระเป๋าเป้ของตัวเองอย่างใจเย็น

เมื่อได้เงินมากพอ เขาก็รีบวิ่งข้ามเคาน์เตอร์หลบหนีออกไปทางเดิม จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปในย่านท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ก่อนนำรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้าที่สวมใส่ และหมวกกันน็อก ไปโยนทิ้งลงคลองในซอยโปร่งอารมณ์ เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่นางสาวผกามาศ ประดับวงศ์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว จะขับรถยนต์มารับพาหลบหนีไปกบดานย่านนิมิตใหม่ ตำรวจตามแกะรอยจนสามารถตามรวบตัวทั้งสองคนเอาไว้ได้ พร้อมของกลางเป็นปืนจุด38 หนึ่งกระบอก กระสุนปืน 4 นัด ทองจำนวนหนึ่ง และเงินสดที่เหลืออีก 401,000 บาท

จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่ามีญาติที่พักอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ จึงทำให้คุ้นเคยกับห้าง และรู้จักเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี จึงตัดสินใจก่อเหตุ เพราะคิดว่าตำรวจจะไม่สามารถตามตัวได้ ส่วนแรงจูงใจที่ก่อเหตุ นายชัยวัฒน์ อ้างว่า เขาไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งจึงต้องการเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่านายชัยวัฒน์ เคยต้องโทษคดีรุมโทรมหญิง เมาแล้วขับ และเสพยาเสพติดมาแล้ว ส่วนนางสาวผกามาศ มีหมายจับข้อหา รับของโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ซึ่งเธออยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ตั้งแต่ปี 2560 หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำต่อ พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย