สนามข่าว 7 สี

อนค.ระทึก ลุ้นยุบ-ไม่ยุบพรรค ปมเงินกู้ 191 ล้าน 21 ก.พ.นี้

มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ และต้องจับตาว่าจะทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนทะลุองศาเดือดหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวานเผยแพร่เอกสารข่าวเกี่ยวกับคำร้องของ กกต.ที่ขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่จากปมเงินกู้ 191 ล้านบาท โดยศาลเห็นว่าคำชี้แจงทั้งสองฝ่ายเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนพยานบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้พยานบุคคลรวม 17 ปาก ตามคำขอของพรรคอนาคตใหม่ ทำบันทึกถ้อยคำส่งความเห็นเป็นหนังสือ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ วันเดียวกับที่ให้เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จัดทำความเห็นส่งศาลด้วย และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น.

ซึ่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ จะมีความชัดเจนในเรื่องยุบหรือไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่วางไว้ระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ เพียง 3 วัน และผลลัพธ์ยุบกับไม่ยุบ ส่งผลโดยตรงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะขุนพลคนสำคัญที่วางตัวอภิปรายส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารพรรคที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หากมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค กรรมการบริหารพรรค 11 คน จะต้องพ้นจากความเป็น สส.ทันที ไม่สามารถร่วมวงชำแหละ 1 นายก 5 รัฐมนตรีได้ แต่ถ้าไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็ต้องลุ้นว่าไม่ยุบ แต่กรรมการบริหารพรรคมีความผิดถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหรือไม่ ซึ่งผลไม่ต่างจากถูกยุบพรรค แต่ถ้าไม่ยุบแบบไร้ความผิด ทั้งพรรคก็คงโล่งอก ทำงานตรวจสอบได้อย่างสบายใจขึ้น

อีกด้านไปดูฝ่ายรัฐบาล เมื่อวานโชว์ความเหนียวแน่น และเตรียมพร้อมรับมือในศึกซักฟอกกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตร ที่แกนนำนัด 40 สส.ไปช่วยกันระดมความคิด จิบไวน์ กินข้าวเที่ยง ที่โรงแรมสุโกศล เตรียมข้อมูลรับมือศึกซักฟอก

โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า จะมีการเก็งข้อสอบให้ สส.ไปทำการบ้าน เพื่อเป็นกำลังเสริมให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วย พร้อมยืนยันว่าการรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงพลังต่อรองเรื่องปรับ ครม.หลังอภิปราย แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ซึ่งหลังเสร็จศึกนี้กลุ่มสามมิตรก็จะสลายตัว

ส่วนฟากฝั่งฝ่ายค้านยังซุ่มเงียบ ไม่เผยไต๋ให้เห็นว่ามีทีเด็ดอะไรในมือที่จะคว่ำรัฐบาลบ้าง เพียงแต่ย้ำว่ามีข้อมูลพร้อมน็อกได้กลางสภา และก็บ่นอุบว่าได้เวลาแค่ 3 วันอาจไม่พอ เพราะข้อมูลเยอะ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับมติจากที่ประชุมสามฝ่ายที่ตกลงกัน โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภา นั่งหัวโต๊ะ

ปิดท้ายกันที่เรื่องร้อนที่ต้องลุ้นทั้ง สส.ที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกันและรัฐบาล หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นโมฆะหรือไม่ หลังเห็นว่าคำร้องนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน จึงกำหนดประเด็นพิจารณา วินิจฉัย พร้อมทั้งนัดแถลงด้วยวาจา นำไปสู่การลงมติในเวลา 13.30 น.วันพรุ่งนี้ ซึ่งถือเป็นการวินิจฉัยที่รวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงแค่ 14 วันเท่านั้น

สำหรับเส้นทางคำร้องนี้ เริ่มจากวันที่ 24 มกราคม ประธานสภาส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นศาลมีมติรับคำร้องไว้วินิจฉัยในวันที่ 29 มกราคม และสั่งให้ 3 สส.ที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกัน และเลขาสภา ชี้แจงเป็นเอกสารภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อนนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์