7HD ร้อนออนไลน์

ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยยังอยู่ที่ 25 ราย สธ.เน้นคัดกรองสถานพยาบาลมากขึ้น

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ สะสมที่ 25 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาล 16 ราย ให้กลับบ้านแล้ว 9 ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สะสมอยู่ที่ 595 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย มารักษาที่โรงพยาบาล 546 ราย และพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 46 ราย โดย สธ.จะมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองที่สถานพยาบาลเพิ่มขึ้น

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนโรคของชาวเกาหลีใต้ที่ติดเชื้อจากหลังมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลจากประเทศเกาหลีใต้ จึงยังไม่ทราบสถานที่ที่นักท่องเที่ยวรายนี้ไป รวมถึงกรณีคนไทยไปติดเชื้อจากประเทศญี่ปุ่น โดย สธ.ได้ส่งข้อมูลการสอบสวนโรคไปให้ทางการญี่ปุ่นแล้ว  สำหรับอาการคนขับรถรับนักท่องเที่ยวจีนอายุ 70 ปี และตอนนี้รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการยังทรงตัว 

ขณะที่สื่อจีนรายงานว่า มีเด็กทารกแรกเกิดอายุเพียง 30 ชั่วโมง ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากแม่ นพ.ธนรักษ์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสชนิดนี้จะติดจากแม่สู่ลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ที่เรียกว่า Vertical Transmission อีกทั้งไวรัสชนิดนี้ร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพราะโรคอุบัติใหม่

สำหรับปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ สธ.ได้หารือกับผู้ประกอบการผลิตหน้ากาก 12 แห่งและกรมการค้าภายในแล้ว โดยจะเร่งรณรงค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา เช่น รถแท็กซี่ คนรับรถบริการนักท่องเที่ยว รถประจำทาง ฟิตเนส ปั้มน้ำมัน และอาชีพที่เกี่ยวข้อง สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง โดยสามารถใช้หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ และใช้แอลกอฮอล์ หรือ น้ำผสมสบู่เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือรถยนต์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องการเช็ดทำความสะอาดป้องกันเชื้อโรคในสถานที่สาธารณะกับพนักงานทำความสะอาด เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าได้ประสานกับทุกหน่วยงานเร่งจัดทำและจัดหาหน้ากาก โดยได้ประชุมกับองค์การเภสัชกรรมแล้ว จะสามารถเร่งทำการผลิตได้เฉลี่ยวันละ 740,000 ชิ้น โดยข้อมูลการผลิตจากผู้ประกอบการ 12 แห่งผลิตหน้ากากอนามัยเฉลี่ยวันละ 1.4 ล้านชิ้น จำหน่ายในประเทศ 1 ล้านชิ้น ซึ่งในจำนวน 1 ล้านชิ้นหากใช้อย่างคุ้มค่าจะเพียงพอ