7HD ร้อนออนไลน์

พบเต่ามะเฟือง บริเวณหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต เพิ่มเป็นรังที่ 9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านพบร่องรอยเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่บริเวณหาดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นับเป็นรังที่ 9 ตั้งแต่ที่พบเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งถือเป็นความบ่งชี้ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้ทราบรายงานการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟือง บริเวณดังกล่าวแล้วจากอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งนับเป็นรังที่ 9 ที่พบมานับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่มีการพบการวางไข่เป็นรังแรก สำหรับการวางไข่ของเต่ามะเฟืองในพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล เพราะถึงแม้ว่า พื้นที่อยู่ติดสนามบินภูเก็ต เต่ามะเฟือง ยังสามารถขึ้นมาวางไข่ได้เลย

นอกจากนี้ ขอชื่นชมผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตาหน่วยงานรัฐ เนื่องจาก เป็นผู้แจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่ทราบ และได้มอบนโยบายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงการเสริมสร้างความร่วมมือและการตระหนักรู้ของชุมชนในการมีส่วนร่วมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทุกชนิดไม่เพียงแต่เต่ามะเฟืองสู่ความยั่งยืน

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า จุดวางไข่ของเต่ามะเฟืองห่างจากรันเวย์ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ไปทางด้านทิศเหนือ ประมาณ 1,000 เมตร คาดว่ามีการวางไข่เมื่อช่วงคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้มีการขุดเพื่อตรวจสอบภาพและนับจำนวนไข่ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟักไข่ได้ เบื้องต้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สทช. 6 พร้อมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วรวมทั้งสั่งให้ดำเนินการกั้นคอกล้อมไว้และประสานดำเนินงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถและศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติฯ ที่ 2 ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ กองทัพเรือ ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมติดตามเฝ้าระวัง และจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยต่อหลุมฟักไข่ดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม เต่ามะเฟืองได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการล่า โทษสำหรับสัตว์ป่า สงวนคือ จำคุก 3 – 15 ปี ปรับ 300,000 - 1,500,000 บาท และ ในกรณีครอบครอง มาตรา 17 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่า โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท