ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : จับคนร้ายชิงเงินธนาคารกรุงเทพ โลตัสประชาอุทิศ

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายบุกชิงเงินธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัสประชาอุทิศ โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนขู่บังคับให้ รปภ.ธนาคาร ปลดปืน จากนั้นก็ปีนข้ามเคาน์เตอร์ไปกวาดเงินสด 870,000 บาทใส่กระเป๋า ใช้เวลาเพียง 1 นาที ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างง่ายดาย

หลังเกิดเหตุตำรวจลงพื้นที่หาข้อมูล สอบพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรโดยรอบที่เกิดเหตุ เส้นทางของคนร้ายที่เดินทางมาก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนี จนไปพบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์, เสื้อผ้า และหมวกกันน็อก ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุไปทิ้งที่คูน้ำข้างทาง ในซอยโปร่งอารมณ์ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน และพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน เพราะมีรถยนต์มารับ พาคนร้ายหลบหนีอีกทอดหนึ่ง

จากนั้นตำรวจก็เดินหน้าติดตามคนร้ายอย่างต่อเนื่อง รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝงที่หมวกกันน็อกของคนร้าย ปรากฏว่าไปตรงกับลายพิมพ์นิ้วมือของนายชัยวัฒน์ มีชะคะ และคนที่ให้ความช่วยเหลือในการก่อเหตุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น คือ นางสาวผกามาศ ประดับวงศ์ แฟนสาวของคนร้ายนี่เอง จึงนำไปสู่การออกหมายจับทั้ง 2 คน ในข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน”

ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตำรวจก็ไปจับกุมนายชัยวัฒน์ และนางสาวผกามาศ และติดตามของกลางมาได้หลายอย่าง มี เงินสด 410,000 บาท ที่หลังก่อเหตุ นายชัยวัฒน์นำไปฝากไว้กับพ่อและแม่, อาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด จุด 38 ที่นายชัยวัฒน์ชิงไปจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคาร, รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ที่นางสาวผกามาศขับมาส่งนายชัยวัฒน์ เพื่อมาก่อเหตุ และพาหลบหนี, รองเท้าแตะยี่ห้อดังที่นายชัยวัฒน์สวมใส่ขณะก่อเหตุ ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 3 บาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ตำรวจใช้เวลาทำคดี 12 วัน ก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

ส่วนสาเหตุมาจากผู้ต้องหาประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะมีหนี้สิน และติดค่างวดผ่อนรถอยู่หลายงวด จึงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ไปซื้อสร้อยคอทองคำ เลี่ยมทองพระ และนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว สรุปก็คือ ชิงเงินได้ไป 870,000 บาท ติดตามคืนมาได้ 410,000 บาทด้วยกัน

ตรวจสอบประวัติยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 นี้ไม่ธรรมดา ต้องคดีมาทั้งนั้น นายชัยวัฒน์เคยมีประวัติก่อคดีโทรมหญิง เมื่อปี 2547, คดีเมาแล้วขับ ปี 2552 และคดีครอบครองยาบ้า เมื่อปี 2552 ส่วนนางสาวผกามาศ มีหมายจับข้อหา รับของโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับของศาลอาญาธนบุรีอีกด้วย แล้วก็มาก่อคดีนี้อีก แต่สุดท้ายก็ไม่รอดตำรวจ ถูกจับเข้าคุกไปตามระเบียบ