สนามข่าว 7 สี

ชาวอินโดฯ นิยมกินซุปค้างคาว แม้ไวรัสโคโรนาระบาด

ชาวอินโดนีเซียส่วนมาก ยังคงนิยมกินแกงกะทิค้างคาว แม้ไวรัสโคโรนา-19 ยังคงแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ของโลก โดยไม่หวั่นว่าเชื้อไวรัสดังกล่าวอาจมีที่มาจากสัตว์เหล่านี้

ประชาชนชาวเมืองมานาโด (Manado) ในจังหวัดสุลาเวสีเหนือ ของอินโดนีเซีย ยังคงนิยมรับประทานแกงกะทิค้างคาว โดยไม่หวาดกลัวต่อการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ภายหลังเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศออกมาคาดการณ์ว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวมีต้นตอมาจากสัตว์ป่า อาทิ ค้างคาว งู และตัวนิ่ม ที่จำหน่ายในตลาดค้าสัตว์ ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของจีน โดยเชื้อไวรัสโคโรนา อาจมีต้นกำเนิดอยู่ในตัวของค้างคาว ก่อนถ่ายทอดสู่คน

ทั้งนี้ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แพร่ระบาดใน 27 ประเทศ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศอินโดนีเซีย

ด้าน นายทีดรอส กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ประกาศแถลงชื่ออย่างเป็นทางการของโรคปอดอักเสบอู่ฮั่น หรือไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ คือ "โรคไวรัสโคโรนา 19" หรือชื่อย่อว่า "โควิด-19" (COVID-19) ระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่การแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วานนี้ โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ให้เหตุผลว่าต้องการเลี่ยงใช้ชื่อสถานที่, ชื่อสัตว์ หรือชื่อที่อ้างถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล นอกจากนี้ชื่อใหม่ยังทำให้ออกเสียงง่าย และมีความเกี่ยวข้องกับโรค สามารถทำให้คนนึกถึงเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ในทันที