สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เปิดกลโกง มิจฉาชีพหลอกขายหน้ากากอนามัย

ปัญหาฝุ่น PM2.5 และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โคโรนา ไนน์ทีน" หรือ "โควิด ไนน์ทีน" ทำให้หน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการเพิ่มสูงขึ้น แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาสินค้าขาดตลาด จนเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงผู้บริโภค ลงสนามข่าวนี้กับคุณกัณฐ์ทัพ เลิศฤทธิเศรษฐ์

แม้ว่าหน้ากากอนามัยถูกประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม ห้ามกักตุน ห้ามส่งออกนอกประเทศ รวมถึงมีการจำกัดโควตาการซื้อไม่เกินคนละ 10 ชิ้นต่อครั้ง หากใครมีการกักตุนสินค้าไว้ จะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ก็มีสินค้าไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนต้องหาซื้อทางออนไลน์

กระทั่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ก็พบว่ามีการโพสต์ขอรับซื้อ และประกาศขายหน้ากากอนามัยจำนวนหลักแสนไปจนถึงหลักล้านชิ้น ทำให้หลายคนมองเห็นช่องทางการทำเงิน โดยการรับซื้อเพื่อนำมาขายต่อ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ที่ต้องการซื้อหน้ากากอนามัยไปบริจาค กลับถูกมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวง สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายแสนบาท

หนึ่งในผู้เสียหายร้องเรียนผ่านสนามข่าว 7 สี ว่าขณะนี้มีผู้เสียหายเกือบร้อยคนที่ตกเป็นเหยื่อ มูลค่าความเสียหายตั้งแต่ 200 บาท ไปจนถึง 80,000 บาท โดยมิจฉาชีพรายนี้เสนอขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก ในราคากล่องละ 200 บาท 1 กล่องมี 50 ชิ้น เฉลี่ยตกชิ้นละ 4 บาท หลังโอนเงินเรียบร้อย กลับถูกเบี้ยว ไม่ส่งสินค้าตามที่นัดหมาย เธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะติดตามคนร้าย

ผู้เสียหายอีกหนึ่งรายที่ถูกหลอก สูญเงินไปกว่า 20,000 บาท เธอรีบไปแจ้งความเพื่อขอให้อายัดบัญชีธนาคารดังกล่าว จนพบว่ามิจฉาชีพรายนี้มีเลขบัญชีที่เปิดผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 4 บัญชี โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า เป็นการเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นการเปิดบัญชีโดยไม่จำเป็นต้องไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารสาขาเหมือนเช่นที่ผ่านมา

หลังผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความ ตำรวจเปิดเผยพฤติการณ์การต้มตุ๋นลักษณะนี้ ว่ามิจฉาชีพจะโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ประกาศรับซื้อหน้ากากอนามัยในราคาสูง ทำให้ประชาชนต่างพาไปหาซื้อมาขายต่อเพื่อหวังกำไร ต่อมาก็รับซื้อในราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีความต้องการมากขึ้น จนสินค้าขาดตลาด

จากนั้นมิจฉาชีพกลุ่มเดียวกันนี้ ก็จะมาประกาศเสนอขายหน้ากากอนามัยในราคาที่สูงขึ้นอีก ทำให้มีคนหลงเชื่อติดต่อขอซื้อและโอนเงินไปให้เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายกลับไม่ได้สินค้า ล่าสุดทราบตัวผู้ต้องสงสัย และอยู่ระหว่างการรวบหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกให้เข้ามาชี้แจง หากไม่มาตามเรียกก็จะออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมาย