สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ป่าไม้-ส.ป.ก.ลุยตรวจที่ดิน สส.ปารีณา

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ - ส.ป.ก. ร่วมกับ ปทส. ลงพื้นที่รังวัดที่ดินฟาร์มไก่ของ สส.ปารีณา ที่จังหวัดราชบุรี หลังจากที่กฤษฎีกาตีความแล้วว่าเข้าข่ายรุกที่ป่า สามารถเอาผิดกับผู้บุกรุกได้ ติดตามจากรายงานของคุณ ศิรัณพร มูลอุทก

เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้, ส.ป.ก. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. สนธิกำลังเข้าตรวจสอบรังวัดที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 682 ไร่ ของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สส.พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ ในพื้นที่ ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังคณะกรรมกฤษฎีกา ตีความ และมีความเห็นว่าที่ดินที่นางสาวปารีณา ครอบครองนั้น เข้าข่ายรุกที่ป่า

เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลจังหวัดราชบุรี เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 6 ทีม กระจายลงพื้นที่รังวัด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบกับหลักฐานเดิมที่ได้มีการเก็บรวบรวมไว้แล้วก่อนหน้านี้ การเข้าตรวจสอบเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ.2484 แม้จะไร้เงาของ สส.ปารีณา เป็นผู้นำชี้จุดรังวัด แต่มีการประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 2 คน พาเข้าตรวจสอบ โดยหลักฐานที่ตรวจพบ จะเก็บรวบรวมเพื่อให้ ส.ป.ก. หรือ กรมป่าไม้ ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้บุกรุก หรือ บก.ปทส. สามารถดำเนินคดีได้ทันที เพราะถือเป็นคดีอาญา

ในการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้สื่อมวลชน ขับรถติดตามเข้าไปภายในบริเวณพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยเลาะเข้าเส้นทางด้านข้างฟาร์ม เพราะประตูด้านหน้ามีการล็อกกุญแจไว้แน่นหนา เพื่อทำการตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม

ภายในฟาร์มเลี้ยงไก่ ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ มีเพียงอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ลักษณะเป็นบ้านพักคนงาน มีโรงเรือนเลี้ยงไก่สร้างเป็นแถวแนวยาวหลายจุด รวมประมาณ 60 หลัง แต่ภายในโรงเรือนไม่ได้มีการเลี้ยงไก่เอาไว้แล้ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังทำการรังวัดพื้นที่บริเวณด้านหลังฟาร์มเพิ่มเติม ซึ่งพบว่ามีการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่เอาไว้

ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้ลงพื้นที่ในการตรวจสอบรังวัดที่ดินครั้งนี้ด้วย เพื่อยืนยันว่าที่ดินที่ สส.ปารีณา ครอบครอง มี 1,700 ไร่ ไม่ใช่ 682 ไร่ แต่อย่างใด หากกรมป่าไม้ไม่ดำเนินการเอาผิดกับผู้บุกรุก ก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับกรมป่าไม้แทน

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ได้พา ลุงเสี้ยว นำพา พร้อมลูกสาวลุงเสี้ยว อีก 2 คน ผู้มีชื่อครอบครองที่ดิน และเกิดข้อพิพาทกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ สส.ปารีณา ร้องขอต่อศาลเร่งรัดให้นายทวี คืนที่ดินที่บุกรุก นำรั้วมาล้อม และปลูกต้นมะพร้าว คืนให้กับลุงเสี้ยว และครอบครัว โดยมีการตั้งทนายความส่วนตัว เพื่อเร่งรัดคดี ส่วนผลการรังวัดที่ดินเมื่อวานนี้ จะต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด ถึงจะสามารถดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ป่าได้