เช้าข่าว 7 สี

พบสารกันบูดในกะทิคั้นสด

เรื่องนี้เริ่มจากมีชาวสวนมะพร้าวจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขามาร้องเรียนกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ว่ากะทิสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดไม่ใช่กะทิแท้ 100 % เขาก็เลยทำการสำรวจผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูป 3 รูปแบบ คือ กะทิ UHT, กะทิพาสเจอร์ไรซ์ ทั้งหมด 10 ยี่ห้อ และกะทิคั้นสดจากตลาดแห่งหนึ่งในเขต กทม. เพื่อเอามาเปรียบเทียบปริมาณกรดไขมันและสารฟอกขาวกับกะทิสำเร็จรูป 10 ยี่ห้อ เพราะมีการร้องเรียนมาด้วย มีกะทิสำเร็จรูปบางยี่ห้อผสมน้ำมันลงไปด้วย เพื่อให้ค่าความมันเท่ากับกะทิสด

แต่ปรากฏว่ามี 4 ตัวอย่างที่ใส่สารกันบูดในระดับสูง กะทิสำเร็จรูปยี่ห้อหนึ่ง พบสารกันบูดในปริมาณสูงถึง 804.24 มิลลิกรัม แต่ก็ยังอยู่ในปริมาณที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกันก็พบว่ามีบางยี่ห้อที่ฉลากเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่ใส่สารกันบูดแต่ผลการตรวจสอบพบว่ามีสารกันบูดเจือปนอยู่ 2.19 มิลลิกรัม

แต่ที่น่าตกใจ คือ กะทิสดที่ซื้อมาจากร้านในตลาดสดคลองเตย พบสารกันบูดในปริมาณสูงถึง 325.09 มิลลิกรัม เขาก็เลยตั้งคำถามกันว่าซื้อจากตลาดสดคั้นกันสดๆ มีสารกันบูดเจือปนอยู่ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ไม่ควรตรวจเจอเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่าจะไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผู้บริโภคคลายความสงสัย

สารกันบูด หรือโซเดียมเบนโซเอต (Sodium benzoate) ไม่ได้เป็นอันตรายกับร่างกาย เป็นสารที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง ที่อนุญาตให้ใส่ในอาหารได้ แต่คำว่าปลอดภัยนั่นหมายถึงต้องใช้ในปริมาณที่ไม่เกินกว่าที่กำหนด ปริมาณที่ทำให้เป็นอันตรายถึงขึ้นเสียชีวิต คือ 500 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม อย่างเช่น น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ก็ต้องกินสารกันบูดเข้าไปถึง 25,000 มิลลิกรัม ถึงจะเสียชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงคงไม่มีอาหารชนิดไหนใส่สารกันบูดไปมากขนาดนั้น

อย่างไรก็ตามหากเราทานอาหารที่ใส่สารกันบูดผสมอยู่บ่อยๆ แม้จะไม่เสียชีวิตแต่อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อาเจียน ท้องเสีย หรือหมดสติได้ และมันก็จะสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ สุดท้ายอาจเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาได้ในอนาคต