7HD ร้อนออนไลน์

ตร.จับขบวนการอุ้มบุญ รับจ้างท้อง ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 100ล้านบาท

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังชุดสืบสวนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายกลุ่มนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทยที่ว่าจ้างหญิงไทยให้มารับจ้างอุ้มบุญ โดยเข้าตรวจค้นบ้านพักและบริษัทต่างๆ ที่เปิดบังหน้ารวมถึงสถานที่ที่พักอาศัยของกลุ่มแม่อุ้มบุญรวม10 จุด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร,จ.ปทุมธานี และ จ.หนองคาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 9 ราย และขบวนการนี้มีนายทุนสัญชาติจีนเป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เปิดเผยพฤติกรรมขบวนการนี้ นายทุนจีน จะว่าจ้างกลุ่มนายทุนไทย ติดต่อแนะนำชักชวนให้หญิงไทยมารับจ้างตั้งครรภ์แทน โดยมีค่าตอบแทน 300,000 - 450,000 บาท ต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง หากตกลงรับจ้าง กลุ่มนายทุนจะพาหญิงไทยที่รับจ้างเดินทางไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาวและกัมพูชา จากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่ประเทศไทย แต่บางรายอาจพาไปคลอดที่ประะเทศจีนซึ่งกลุ่มนายทุนจะดำเนินการจัดการเอกสารการคลอดรวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด ก่อนจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุตร ไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อในประเทศจีน เมื่อเสร็จสิ้นขบวนการ หญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์จะได้รับค่าตอบแทน

นอกจากนี้ การสืบสวน พบว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 มีหญิงไทยรับจ้างตั้งครรภ์แทนกระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ คาดว่าไม่กว่า 100 ราย มีเด็กที่คลอดจากการอุ้มบุญไม่ต่ำกว่า 50 ราย ซึ่งวันนี้ได้เชิญตัวหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์มาสอบปากคำ 15 ราย สามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 2 ราย อายุ 4 เดือน และอายุ 22 วัน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการกระทำความผิด หรือการฟอกเงินประกอบด้วยรถยนต์ 16 รายการ มูลค่า 15 ล้านบาทและบ้านพัก บริษัทย่านลาดพร้าว 2 หลัง มูลค่า 20 ล้านบาท รวมถึงยังพบมีทรัพย์สินรายการอื่นๆตรวจสอบและยึดได้อีกคิดเป็นมูลค่าถึง 100 ล้านบาท

เบื้องต้น ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา คือ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือขายข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใด ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทนว่ามีหญิงประสงค์ที่จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลอื่นที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า

นายธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบสถานพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ 9 แห่ง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งสถานพยาบาลดังกล่าวได้ขออนุญาตรับฝากครรภ์ในกรณีอุ้มบุญแล้ว หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เจตนาทำผิดหรือไม่  ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบ คาดว่า ในช่วงนี้ประเทศจีนกำลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 จึงต้องจัดหาซื้อตู้อบเด็ก เพื่อเตรียมรับมือเด็กที่คลอดออกมาและยังมีร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์

ทั้งนี้ ได้พูดถึงการอุ้มบุญที่ถูกต้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 จะต้องเป็นชาวไทยและเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือ หากคนใดคนหนึ่งเป็นต่างชาติต้องจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยสาระสำคัญการอุ้มบุญต้องเป็นเครือญาติ ไม่มีการว่าจ้าง ห้ามเลือกเพศ และเมื่อเด็กคลอดออกมาห้ามปฏิเสธเด็ก จึงฝากประชาสัมพันธ์ว่า ใครประสงค์จะให้มีการตั้งบุตรแทน ขอให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้มีการอุ้มบุญได้ 97 แห่งทั่วประเทศและแพทย์ที่ดำเนินการยังได้รับการรับรองจากแพทย์สภาด้วย

ด้านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการดูแลเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญชั่วคราว 2 ราย ขณะนี้ยังไม่ปรากฎว่าใครเป็นพ่อและแม่ของเด็ก