เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เร่งขยายผลขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติใหญ่สุดในประเทศไทย

รายงานสดมาจากบริเวณทาวน์อินทาวน์ : บริเวณที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ซึ่งอาคารด้านหลังถูกดัดแปลงให้เป็นสำนักงานรับปรึกษาผู้ที่มีบุตรยากของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน จุดนี้ตำรวจสามารถจับหญิงสาวสัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ และมีความเกี่ยวข้องกันกับผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ในจุดแรก

โดยจุดแรก ตำรวจจับชายชาวจีน คนนี้เป็นหัวหน้าสำคัญ นายทุนใหญ่ เชื่อมโยงมาถึงจุดที่รายงานสดอยู่ คือ หลังจากผู้ที่สนใจอยากมีบุตรมาปรึกษากับหญิงชาวจีน ที่สำนักงานด้านหลังนี้ โดยหลังจากนั้นจะส่งเรื่องไปยังนายทุนที่อยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อให้ติดต่อจัดหาหญิงชาวไทยมาตั้งครรภ์ หรือหากต้องการตั้งครรภ์เองก็จะส่งตัวไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นก็จะให้หญิงสาวกลับมาพักที่บริเวณหอพักที่มีการจัดเอาไว้ ซึ่งอยู่ตรงจุดนี้ด้วย

วันนี้ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจค้นก็พบหญิงชายชาวจีน 8 คู่ รวมทั้งหมด 16 คน พักอยู่ในหอพักแห่งนี้ เนื่องจากว่าหลังจากที่ไปฉีดตัวอ่อนมาแล้วจำเป็นที่จะต้องมีการพักผ่อน 10 วัน ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศจีน และยังพบเด็กทารกวัย 4 เดือน อยู่ด้วย

โดยเมื่อสักครู่ที่ผ่านมามีการแถลงข่าวร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. หรือว่ากระทรวงสาธารณสุข และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด โดยตำรวจเปิดเผยว่าการจับครั้งนี้ติดตามมานานหลายปี ขยายผลจากการที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรจังหวัดหนองคาย จับชายคนหนึ่งขณะกำลังนำถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิข้ามไปส่งยังคลินิกในประเทศลาว เมื่อปี 2560 ซึ่งครั้งนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นขบวนการอุ้มบุญหรือไม่ จนมีการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงกัน

ตำรวจระบุว่าเดิมทีแผนประทุษกรรมของขบวนการอุ้มบุญนั้น จะมีการฝังตัวอ่อนและคลอดในประเทศไทย แต่เนื่องจากมีการออก พ.ร.บ.การอุ้มบุญ เมื่อปี 2558 ขบวนการนี้จึงต้องปรับแผน โดยให้หญิงสาวไปฝังตัวอ่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน และกลับมาพักที่บ้าน จุดแรกที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและพบแม่อุ้มบุญ 7 คน ซึ่งหากหญิงสาว อายุครรภ์ถึง 7- 8 เดือน ก็จะมีการส่งตัวไปคลอดที่ประเทศจีน ด้วยเหตุผลส่วนใหญ่ตำรวจระบุว่าเป็นชาวจีน ที่ต้องการมีลูก แต่เนื่องจากในประเทศมีกฎหมายห้ามอุ้มบุญ จึงเดินทางมาทำที่ประเทศไทย จากการตรวจค้นวันนี้ตำรวจพบเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีแม่อุ้มบุญมาแล้ว จำนวนเกือบ 100 คน และมีเด็กที่ถูกนำออกไปประเทศจีน มากกว่า 50 คน

หลังจากนี้ตำรวจจะติดตามตัวหญิงสาวที่เคยอุ้มบุญให้กับขบวนการนี้ มาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ว่าจ้าง โดยมีหลักฐานชัดเจน ติดตามตัวได้ไม่ยากเนื่องจากทั้งหมดจะเคยมีประวัติเดินทางออกไปยังประเทศจีน โดยชายชาวจีนที่ถูกจับได้วันนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

นี่ถือเป็นการจับขบวนการอุ้มบุญที่ใหญ่ที่สุด ตำรวจยังต้องเร่งสืบสวนว่ามีสถานพยาบาลใดในประเทศไทย มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เบื้องต้นพบมี 9 แห่ง หรือมีกลุ่มแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้หรือไม่ เนื่องจากขณะเข้าตรวจค้นนั้นก็พบอุปกรณ์การแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นตู้อบหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะต้องรอสอบสวนหญิงสาวอุ้มบุญทั้งหมด จึงจะทราบข้อมูลที่ชัดเจน