เช้าข่าว 7 สี

แฉขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติในไทย

เครือข่ายนี้เริ่มต้นจากกลุ่มนายทุนในต่างประเทศ ตั้งบริษัทรับอุ้มบุญขึ้นมา โดยใช้บริษัททัวร์ขึ้นมาบังหน้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำงานประสานส่งข้อมูลกับที่บริษัทประเทศจีน เมื่อลูกค้าต้องการหญิงอุ้มบุญ นายทุนจะติดต่อให้นายหน้าในเมืองไทย จัดหาหญิงมาอุ้มบุญ แต่ต้องมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงหรือเหมือนกับลูกค้า ถ้าดูจากข้อมูลการจับกุมครั้งนี้จะเห็นได้ว่า มีกลุ่มหญิงสาวในจังหวัดปทุมธานีและหนองคาย ที่รับอุ้มบุญในเครือข่ายนี้รวมแล้ว 13 คน เมื่อได้หญิงที่รับอุ้มบุญแล้ว กลุ่มขบวนการนี้จะพาหญิงอุ้มบุญไปฉีดน้ำเชื้อที่ประเทศเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ จากนั้นจะรับตัวกลับมาดูแลที่บ้านหรูในเมืองไทย ซึ่งระหว่างนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของทางบริษัทตลอดเวลา

เมื่อผลออกมาว่า หญิงคนไหนไม่ตั้งครรภ์ หรือการฉีดน้ำเชื้อไม่สำเร็จ ก็จะให้ออกจากบ้านและรอรับงานใหม่ ส่วนคนที่ตั้งครรภ์ ทางบริษัทจะดูแลต่ออย่างดี แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการนำหญิงอุ้มบุญ หรือเด็กออกนอกประเทศ โดยจะมี 2 วิธี

วิธีแรกคือให้หญิงอุ้มบุญขึ้นเครื่องไปคลอดที่ประเทศจีน เมื่อคลอดแล้วก็จะทิ้งเด็กไว้ ส่วนแม่ก็จะให้เดินทางกลับไทยและรับค่าจ้าง

อีกหนึ่งวิธีคือ คลอดที่ประเทศไทย โดยหลังจากคลอดลูก ก็จะดูแลเด็กต่อจนอายุครบ 1 เดือน เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ในการให้พ่อกับแม่ที่รับรองบุตร ซึ่งบริษัทจัดหาไว้ พาไปขอวีซ่าประเทศจีน และพาลูกกับแม่บินตรงไปประเทศจีน จากนั้นให้ทิ้งลูกไว้ ส่วนแม่อุ้มบุญก็จะบินกลับมารับค่าจ้างที่ประเทศไทย

จากข้อมูลปฏิบัติการ พบว่า ค่าจ้างของแม่อุ้มบุญจะอยู่ที่ครั้งละ 300,000 – 450,000 บาท หากเป็นเด็กแฝดจะได้ค่าจ้างสูงถึง 700,000 บาท มีเด็กคลอดจากหญิงอุ้มบุญ และถูกอุ้มออกนอกประเทศรวมแล้วกว่า 30 - 50 คน แต่จากรายงานของตำรวจเชื่อว่า เกือบตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีการอุ้มเด็กออกนอกประเทศไปแล้วมากกว่า 100 คน

ส่วนชะตากรรมของเด็กที่ถูกอุ้มบุญออกไป ตำรวจเชื่อว่า บางส่วนจะถูกนำไปดูแลเลี้ยงดูเหมือนลูก แบบเด็กธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าเลวร้ายกว่านั้น เด็กบางส่วนอาจไปเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรืออาจเลวร้ายลงไปอีก ก็กลายเป็นเหยื่อของแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์ และสเต็มเซลล์ ซึ่งเด็กๆ เหล่านี้จะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานจนกว่าจะตาย

หากดูจากข้อมูลการสืบสวนย้อนกลับไปจะพบว่า เครือข่ายของขบวนการนี้เคยถูกตำรวจจับกุมได้มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 2560 ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 1 เป็นคนขนน้ำเชื้อ มาจาก สปป.ลาว เพื่อนำเข้ามาใช้ฉีดให้กับหญิงอุ้มบุญในประเทศไทย ซึ่งการจับกุมในครั้งนั้น ทำให้เครือข่ายกระบวนการไหวตัวทัน นำขั้นตอนการฉีดน้ำเชื้อออกไปทำที่ประเทศเพื่อนบ้านแทน และข้อมูลการสืบสวนยังพบอีกว่า กระบวนการนี้เริ่มทำแบบนี้มาแล้วตั้งแต่ปี 2555

ส่วนข้อมูล การอุ้มบุญในประเทศไทยที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้คือ เกิดขึ้นในปี 2557 เป็นคดีที่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง มีการว่าจ้างให้หญิงไทยและชาวต่างชาติ มารับเป็นแม่อุ้มบุญ จนกระทั่งมีเด็กอุ้มบุญในการดูแลจำนวนมากถึง 13 คน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และมีการฟ้องร้องในการขอสิทธิ์เลี้ยงดู จนศาลตัดสินให้พ่อญี่ปุ่นที่ว่าจ้างอุ้มบุญ เป็นผู้มีสิทธิ์ดูแลเด็กทั้งหมดนี้