ข่าวดึก 7HD

ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เปิดปกติ ยกเว้นค่าเช่า 1 เดือน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพของ นางสาวอภิกษณาภา ขันผักแว่น ที่วัดหนองไผ่ ตำบลโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจพร้อมทั้งมอบเงินส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามดูแลในเรื่องของสวัสดิการให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ทั้งเรื่องอาชีพ หากญาติมีความประสงค์จะเข้ารับราชการก็พร้อมจะช่วยเหลือ ขณะที่กำลังพลจากกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 30 นาย เป็นตัวแทนทหาร ได้บวชหน้าไฟที่อุโบสถวัดสุทธจินดาวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงสาย ก่อนจะแยกย้ายไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดต่างๆ ทั้ง 12 วัด ในพื้นที่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ยอดเงินบริจาคที่มีผู้สมทบมายังจังหวัดจนถึงขณะนี้มีกว่า 60 ล้านบาท รวมที่จ่ายไปให้ผู้เสียชีวิตแล้ว 9,000,000 บาท โดยวันนี้จะทยอยมอบให้ญาติผู้เสียชีวิต เพิ่มอีกรายละ 700,000 บาท รวมเป็นรายละ 1,000,000 บาท ทั้ง 27 คน และจะพิจารณามอบให้ผู้บาดเจ็บที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU เพิ่มด้วย ส่วนบัญชีนี้จะปิดไปพร้อมกับการพระราชทานเพลิงศพ พ่อแม่ลูก ศพสุดท้าย วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 16.00 น.

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานผ้าไตร กัปปิยภัณฑ์เหรียญพระรูป แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่าจากกรณีเหตุการณ์ที่ห้าง Terminal 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่ง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงห่วงใย พร้อมกับประทานผ้าไตร กัปปิยภัณฑ์ รายละ 10,000 บาท และเหรียญพระรูปให้แก่ทายาทของเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบไปให้แล้วจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เหลือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นำผ้าไตร กัปปิยภัณฑ์ รายละ 10,000 บาท และเหรียญพระรูป มอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุ อีก 4 ครอบครัว ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดราชบุรี เพื่อให้ผู้อำนวยการของสำนักพุทธฯ แต่ละจังหวัดไปส่งมอบให้ครอบครัวและทายาทของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าทางจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดให้มีพิธีทำบุญเมืองครั้งใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวโคราช

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับจังหวัดนครราชสีมา และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวโคราช ให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายๆ ไป รวมทั้งอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย

ที่บริเวณศูนย์การค้า terminal 21 วันนี้ก็ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตรอาหารแห้งแก่พระสงฆ์ จำนวน 219 รูป สวดนพเคราะห์ และพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งถือเป็นการทำบุญใหญ่ของห้างก่อนจะเปิดให้บริการตามปกติในวันนี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวโคราช มาร่วมงานจำนวนมาก ส่วนร้านค้าต่างๆ ก็เริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ได้แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ ภายใน terminal 21 และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 มาร่วมปฏิบัติการระงับเหตุ พร้อมทั้งขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกคนที่มาช่วยเหลือมาให้กำลังใจ

ซึ่งศูนย์การค้า terminal 21 กลับมาเปิดให้บริการตามปกติในวันนี้ ยกเว้นบริเวณฟู้ดแลนด์ โดยจะมีการจัดเตรียมพื้นที่บริเวณชั้น G เป็นสถานที่วางดอกไม้ไว้อาลัย รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวไทย สามารถร่วมไว้อาลัยกับผู้สูญเสียได้ที่สาขาพัทยาและอโศก ตลอดจนเพจเฟซบุ๊กของศูนย์การค้า terminal 21

ทั้งนี้ศูนย์การค้า terminal 21 ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รายละ 100,000 บาท มอบทุนการศึกษาแก่บุตรทุกคนของผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท และยกเว้นค่าเช่าให้กับผู้ค้า 500 กว่าร้าน ภายในศูนย์การค้า เป็นเวลา 1 เดือน และจะติดตามดูแลเยียวยาผู้สูญเสียให้ดีที่สุด

มีคำอธิบายถึงสาเหตุที่บรรดาอดีตนายทหารใน ครม.และที่เป็น สว. ยังไม่คืนบ้านหลวง หลังจากผู้บัญชาการทหารบก ประกาศจะให้ทหารเกษียณต้องคืนบ้านหลวงภายในเดือนนี้แล้ว รวมทั้ง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก ก็ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงเรื่องดังกล่าว

โดยทันทีที่ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศไปเมื่อวันก่อนว่าจะให้นายทหารเกษียณราชการแล้ว ออกจากบ้านหลวง เพื่อเปิดทางให้ทหารนายอื่นที่ยังอยู่ในราชการเข้าไปอยู่แทน ปรากฏว่าสปอตไลต์ฉายไปที่บรรดานายทหารใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่ในรัฐบาล โดยเฉพาะ 3 ป. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่วันนี้ถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามว่าจะคืนบ้านหลวงหรือไม่ แต่ก็ไม่มีคำตอบเรื่องนี้

ทั้งนี้มีรายงานว่าทั้งนายกรัฐมนตรี และพลเอกอนุพงษ์ ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รอ. บริเวณถนนวิภาวดี ส่วนพลเอกประวิตร พักอยู่ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดนั้น เป็นพื้นที่อยู่นอกหน่วยทหาร อย่างไรก็ตามในระเบียบของกองทัพบก มีข้อยกเว้นว่าสำหรับนายทหารที่มีสิทธิพักในบ้านหลวงอยู่นั้น ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ

ส่วนรายได้นอกงบประมาณของกองทัพบก ที่กำลังถูกนำมาทำในลักษณะสวัสดิการเชิงพาณิชย์ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบก โดยจะจัดสรรบางส่วนคืนคลังและส่งเข้าสวัสดิการทหารนั้น ยังไม่มีใครทราบตัวเลขว่าเป็นวงเงินเท่าใด แต่ช่อง 7HD ไปค้นจากเอกสารรายงานวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ของสำนักงบประมาณของรัฐสภา พบว่าในปีงบประมาณ 2560 และปี 2561 กองทัพบก มีรายได้นอกงบประมาณ 12,706 ล้านบาท และ 12,356 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากโรงพยาบาลภายใต้กำกับดูแล ยังไม่รวมโรงแรม สนามกอล์ฟและสนามมวย

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เตรียมเปิดหลักฐานการทุจริตภายในค่ายทหารเพิ่มเติม เพื่อช่วยผู้บัญชาการทหารบก ล้างบางธุรกิจในค่ายทหาร หลังจากที่วันก่อนเปิดข้อมูลเกี่ยวกับเงินทอนโครงการกู้เงินของกำลังพลที่อาจเป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมที่โคราช

แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่ยังมีการโพสต์เกี่ยวกับอาวุธปืนและความรุนแรงเลียนแบบเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้หลายรายและมีบางรายก็เข้าไปมอบตัวเอง รายล่าสุดวัยรุ่นเมืองบุรีรัมย์ ก็รับสารภาพว่ากระทำไปเพราะความคึกคะนอง หลังโพสต์เฟซบุ๊กข้อความเชิงข่มขู่จะใช้อาวุธปืนกราดยิง ซึ่งก็ถูกตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก

นายนัทธพงศ์ จะแรบรัมย์ วัยรุ่นในตำบลห้วยราชา อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมญาติ เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พันตำรวจเอกบุญสินธุ์ ผดุงสุข ผู้กำกับการ สภ.ห้วยราช และพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยราช หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวมีข้อความว่า "ตามหา อาก้า หรือไม่ก็ M16 ราคา ไม่เกินแสน ผมจะกราดยิง ทวีกิจ บุรีรัมย์ 555” ซึ่งนายนัทธพงศ์รับสารภาพว่าโพสต์ไปเพราะเมาสุรา จึงมีความคึกคะนอง ทั้งที่ไม่ได้จะก่อเหตุจริง และหลังโพสต์ระยะหนึ่งก็ลบโพสต์ออก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย พร้อมรับผิดชอบและบอกว่าเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงฝากเตือนผู้ใช้โซเชียลมีเดียอย่าโพสต์ข้อความลักษณะดังกล่าวเหมือนตน เพราะมีความผิดและมีโทษสูง

หลังพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยราช สอบปากคำนายนัทธพงศ์ ได้แจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข่มขู่ให้คนอื่นตกใจกลัว ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนและผู้ปกครองให้เตือนบุตรหลานห้ามโพสต์ในลักษณะดังกล่าวเด็ดขาด เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีอัตราโทษสูง คือ จำคุก 5 ปี และยังมีความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ด้วย เพราะประชาชนตกใจกลัว ที่สำคัญถือเป็นการซ้ำเติมญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น