7HD ร้อนออนไลน์

กมธ.ดีอีเอส เตรียมเชิญ เฟซบุ๊ก ถกแก้ปัญหาความรุนแรงผ่านสื่อโซเชียลอีกครั้ง

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในสัปดาห์หน้าว่า ในการประชุม กมธ.ดีอีเอส สัปดาห์หน้า เรายังคงมีวาระ การพิจารณาแนวทางและมาตรการป้องกัน การใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม ในสถานการณ์เหตุร้ายที่รุนแรง สืบเนื่องจากเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยได้เชิญตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), ตัวแทนจากสำนักการอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และผู้บริหารจากบริษัท เฟซบุ๊ก ไทยแลนด์ (Facebook Thailand) และทีมงาน ซึ่งเป็นการประชุมที่เลื่อนมาจากครั้งที่แล้ว เพราะตัวแทนจากทางเฟซบุ๊กไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ดังนั้น การประชุมครั้งที่จะถึงนี้ ตนหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากเฟซบุ๊กในการเข้ามาให้ข้อมูล

สำหรับการเชิญตัวแทนจากเฟซบุ๊กนั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่มีสถิติคนไทยใช้บริการมากเป็นลำดับต้นๆ ของแฟลตฟอร์มที่ให้บริการอยู่ในประเทศไทย เฟซบุ๊กจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลเพื่อนำมาช่วยกันคิดหาแนวทางแก้ไขและป้องกันเหตุการณ์รุนแรงในอนาคต โดยก่อนที่จะถึงการประชุมในสัปดาห์หน้า ตนอยากฝากคำถามไปถึงเฟซบุ๊กว่าการเก็บข้อมูลคนไทยของเฟซบุ๊กนั้น ได้เก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทยหรือไม่อย่างไร ที่เดียวหรือไม่

เนื่องจากหากเป็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย แต่เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ก็จะต้องไปเป็นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ที่จะมีเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การนำข้อมูลไปใช้ รวมทั้งการอนุญาตให้ข้อมูลไหลระหว่างประเทศ (Data Cross border flow) ด้วยการทำธุรกิจของเฟซบุ๊ก หลายครั้งถูกมองว่าเป็นการแข่งขันที่อยุติธรรม (Unfair Competition) เนื่องจากเฟซบุ๊กมีฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคขนาดใหญ่อยู่ในมือ ดังนั้น ผู้ประกอบการรายอื่นที่จะเข้ามาแข่งขันจึงค่อนข้างลำบาก

ถามว่าเฟซบุ๊กจะมีนโยบายให้คนอื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ด้วยต้นทุนที่เป็นธรรมได้หรือไม่ รวมทั้งปัจจุบันนี้ เฟซบุ๊กมีความสามารถในการให้บริการคล้ายวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม (Broadcast and Telecom Like Service) แต่ไม่จดทะเบียนรับใบอนุญาต ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทยเหมือนผู้ให้บริการรายอื่นในประเทศไทย

ถามว่าทางเฟซบุ๊กมีนโยบายจะเข้ามาขอใบอนุญาตเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประเทศไทยหรือไม่ ทั้งหมดนี้ ตนเพียงต้องการเห็นความจริงใจของทางเฟซบุ๊ก ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ที่จะได้ช่วยกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญเฟซบุ๊กควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายประเทศไทยด้วย ไม่อยากให้อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจของตัวเองเท่านั้น