สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

รายงานพิเศษ : ชวนผีน้อยกลับบ้านแล้วไปใหม่อย่างถูกกฎหมาย

กรมการจัดหางาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมือง สาธารณรัฐเกาหลี กับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมเป็นสักขีพยาน

ครั้งนี้ เป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ระหว่างศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองกับกรมการจัดหางาน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการพำนัก และทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ อย่างผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองสาธารณรัฐเกาหลี มาประจำที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ด้วย

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ ยังเปิดโอกาสให้แรงงานไทย ที่พำนักเกินวีซ่า สามารถกลับประเทศโดยไม่ต้องติดแบล็คลิสต์ โดยแรงงานไทยที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมาย สามารถเดินทางกลับไทยด้วยความสมัครใจ ไปรายงานตัว ที่ ตม.สาธารณรัฐเกาหลี ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยทางการเกาหลีใต้ จะไม่ส่งชื่อให้ทางราชการ เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทยกลุ่มนี้ สามารถกลับไปทำงานได้อย่างถูกกฎหมายอีกครั้ง และจะได้รับการยกเว้น การจ่ายค่าปรับด้วย แต่หากถูกจับ และถูกส่งกลับประเทศ จะต้องจ่ายค่าปรับในอัตราสูง และถูกกำหนดระยะเวลาห้ามเข้าเกาหลีใต้ หรือถูกห้ามเดินทางเข้าเป็นการถาวร

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน กรมการจัดหางาน ที่ประจำที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งทำหน้าที่สกัดกั้น และระงับการเดินทาง ไม่ให้แรงงานไปลักลอบไปทำงานที่เกาหลีใต้ ยังคงทำหน้าที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมือง ที่มาจากสาธารณรัฐเกาหลี อย่างเข้มข้น แม้บ่อยครั้ง จะถูกนายหน้าจัดหางาน หรือแรงงานไทย ต่อว่า ข่มขู่ หรือคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์ อยู่เป็นระยะก็ตาม

ล่าสุด มีข่าวดีสำหรับแรงงานไทยที่ต้องการจะไปทำงานที่เกาหลีใต้ เพราะล่าสุด กรมการจัดหางาน ได้หารือกับทางการเกาหลีใต้ เพื่อรับแรงงานไทยไปทำงานในภาคเกษตร ระยะสั้น อย่างถูกกฎหมาย ที่จะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

ปี 2563 กรมการจัดหางาน มีเป้าหมายการจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ 100,000 คน แบ่งเป็นที่ ไต้หวัน 34,100 คน, สาธารณรัฐเกาหลี 12,200 คน, ญี่ปุ่น 7,300 คน, อิสราเอล 5,000 คน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่ มาเลเซีย และมาเก๊าด้วย