สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 8 คนขบวนการแม่อุ้มบุญ

พลตำรวจตรีวรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ก่อนชี้แจงว่า หลักฐานที่มีอยู่สามารถเอาผิดกับชาวจีน 3 คนหนึ่งในตัวการขบวนการอุ้มบุญได้ แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ อ้างว่ามาทำเด็กหลอดแก้วไม่ได้เข้ามาว่าจ้างแม่อุ้มบุญ ขณะที่ผลการสอบสวนพยานทั้งหมด ทำให้มีหลักฐานเพียงพอจะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 8 คน โดย 2 คนเป็นคนจีนที่พาแม่อุ้มบุญไปคลอดที่ต่างประเทศ ส่วนอีก 6 คนเป็นคนไทยที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้า และเป็นคนดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือเรื่องการนำพ่อ-แม่ ชาวจีนมาจดทะเบียนเป็น พ่อ-แม่เด็ก เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการพาเดินทางไปต่างประเทศ

จากการสอบสวนแม่อุ้มบุญทราบว่า เด็กที่ถูกส่งไปจีนจะมีคนมาติดต่อขอรับไปเลี้ยงเป็นลูกจริง ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลจากกรมการกงสุลที่จะประสานกับทางการจีน เพื่อยืนยันว่าเป็นจริงตามคำให้การหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่ตำรวจได้รับ ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าเด็กที่ถูกส่งไปอาจถูกนำไปค้าอวัยวะให้กับผู้ต้องการเปลี่ยนถ่ายหรือไม่

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนถูกควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ซึ่งหลังจากนี้จะประสานกับกระทรวงสาธารณสุขในหลายประเด็น ทั้งการตรวจสอบยาและเวชภัณฑ์ที่พบในบ้านผู้ต้องหา เอกสารการรับฝากครรภ์แม่อุ้มบุญ รวมถึงข้อมูลการเข้าตรวจสถานพยาบาลต้องสงสัย 9 แห่ง ซึ่งจะมีการนัดหารืออีกครั้งในช่วงบ่ายวันจันทร์นี้

ต่อมาช่วงหัวค่ำ ตำรวจ ปคม. สามารถจับกุม นายจักรัตน์ กิตติวนิชย์กุล อายุ 60 ปี นายหน้าจัดหาหญิงสาวมารับจ้างอุ้มบุญ ได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ และคุมตัวขึ้นเครื่องบิน กลับมาดำเนินคดีที่กองบังคับการ ปคม. กรุงเทพมหานคร

โดยนายจักรัตน์คือคนที่แม่อุ้มบุญซัดทอดว่า เป็นนายหน้าที่ให้แม่อุ้มบุญทานยาบางอย่าง ก่อนไปตรวจมดลูกที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ แล้วไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศกัมพูชา แต่สุดท้ายตัวอ่อนหลุด แม่อุ้มบุญจึงได้รับค่าจ้างเพียง 10,000 บาท จากที่ตกลงกันคือ 400,000 บาท ก่อนจะมีการเปลี่ยนนายหน้าแล้วไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศมาเลเซียรวม 3 ครั้ง ซึ่งทั้งสองประเทศได้ไปฉีดที่โรงพยาบาลจริงๆ จนกระทั่งตัวอ่อนติด และตั้งท้องมา 8 เดือน ระหว่างนั้นนายจักรัตน์ก็จะให้กลับมาอยู่บ้านพักรวมกันกับกลุ่มแม่อุ้มบุญในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 เดือน

อย่างไรก็ดีแม่อุ้มบุญรายนี้อยู่ได้เพียงเดือนเดียวก็ขอกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด ระหว่างนั้นจะได้รับเงิน เดือนละ 15,000 บาท ก่อนบินไปผ่าคลอดที่ประเทศจีน เมื่อเดือนมีนาคม 62 ที่ผ่านมา และได้พบกับพ่อแม่ชาวจีนที่ต้องการเด็ก ซึ่งมักจะจ้างอุ้มบุญเพราะทำงานจนไม่มีเวลาและไม่อยากหุ่นเสีย เมื่อเสร็จสิ้นการคลอดก็ไม่ได้พบเห็นหน้าเด็กอีก และเมื่อแม่อุ้มบุญเดินทางกลับไทย ก็ถูกนายหน้าโกงเงินไปราว 200,000 บาท

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเพื่อขยายผลต่อไป