สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

สอบเอาผิดคลินิก รพ. เอี่ยวอุ้มบุญข้ามชาติ

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ระบุว่า จะสอบสวนในประเด็นความเกี่ยวข้อง ของคลินิก โรงพยาบาล และแพทย์ กับการรับจ้างอุ้มบุญ ว่าเป็นความตั้งใจ มีส่วนรู้เห็น หรือเป็นการรับฝากครรภ์ปกติ ให้กับหญิงสาวที่มารับจ้างเป็นแม่อุ้มบุญ โดยจะสอบพยานบุคคล และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ้าพบมีความผิดจริง จะถูกดำเนินคดี ในฐานความผิดการดำเนินการตั้งครรภ์ แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ อุ้มบุญ

สำหรับแพทย์ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รับฝากครรภ์แม่อุ้มบุญครั้งนี้ จะมีความผิดตามกฎหมาย และส่งให้แพทยสภาเอาผิดตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม

อธิบดี สบส.ย้ำว่า การรับจ้างอุ้มบุญ ผิดกฎหมาย และผิดจริยธรรม ศีลธรรมด้วย เพราะเคยมีเรื่องราวที่ว่า ถ้าเด็กที่เกิดมาไม่สมบูรณ์ พ่อแม่ที่มาว่าจ้าง จะทอดทิ้งเด็ก ขณะเดียวกัน การสอบสวนขยายผลไปที่นายหน้า เรียกรับผลประโยชน์ เป็นธุระจัดหาในขบวนการอุ้มบุญ มีความผิดสถานหนัก ตาม พ.ร.บ.อุ้มบุญ

ขณะที่ นายอนุกูล ปีดแก้ว รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า ทารก 2 คนที่อยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้แก่ ทารก อายุ 22 วัน 1 คน และเด็กทารก อายุ 4 เดือนเศษอีก 1 คน นอกจากนี้ ยังมีและหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญ ที่ท้องแก่แล้ว อายุครรภ์ 8 เดือน ตอนนี้ได้ให้การช่วยเหลือซึ่งอยู่ในความปลอดภัยดี

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ที่จะต้องพิสูจน์ความเป็นพ่อและแม่ และความถูกต้องของการให้กำเนิด ตรวจ DNA และเอกสารทางการแพทย์ สูติบัตร และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และใช้ระยะเวลาตรวจสอบ