สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เร่งหาตัวนักท่องเที่ยวทำร้ายร่างกายชิงทรัพย์คนไทย

เป็นอีกคดีที่ส่งผลกระทบต่อการภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย เมื่อ นายธีรภัทร แสนอินทร์ อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวและถ่ายรูปธรรมชาติ บริเวณจุดชมวิวพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แต่กลับถูกนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ คนหนึ่งทำร้ายร่างกายแล้วชิงทรัพย์เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายธีรภัทร เปิดเผยว่าเขาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนาน 2 วัน เนื่องจากบาดเจ็บหลายจุดโดยเฉพาะที่ศีรษะ มีแผลแตกถึง 6 แผล จากการถูกนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวใช้ท่อนไม้ทุบตีหลายครั้ง โดยวันเกิดเหตุเขาขึ้นไปถ่ายรูปบนจุดชมวิวเพียงลำพัง สังเกตเห็นผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ที่ศาลาที่พัก ต่างฝ่ายต่างส่งยิ้มทักทายกัน จากนั้นเขาก็เดินเท้าไปตามเส้นทางเดินธรรมชาติเพื่อถ่ายรูป นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนดังกล่าวก็เดินตามหลังมา ก่อนจะเร่งฝีเท้าแซงหน้าไป จังหวะที่นายธีรภัทร ตั้งขากล้องเพื่อเตรียมถ่ายรูป จู่ๆ ก็เหมือนมีของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะด้านหลัง หันไปดูก็พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชายคนนั้น

นายธีรภัทร ตัดสินใจเอาตัวรอดด้วยการ กระโดดไถลตัวไปตามเนินเขา แล้วซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าข้างทาง ด้วยพอมีสติเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปศีรษะและใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด แล้วโทรหาเพื่อนให้แจ้งตำรวจ เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ได้ยินเสียงคนไทยซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวพูดคุยกัน จึงพยายามตะเกียกตะกาย ขึ้นมาจากจุดซ่อนตัว เพื่อขอความช่วยเหลือ

สำหรับทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปประกอบด้วย กล้องถ่ายรูป 1 ตัว ขาตั้งกล้อง และกระเป๋าเป้ซึ่งภายในมีเลนส์กล้องถ่ายรูปอีก 2 ตัว รวมถึงกระเป๋าสตางค์ด้วย

ขณะนี้ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานแวดล้อม พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย

ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ยอมรับจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางเดินเท้าเชื่อมต่อหลายด้าน และค่อนข้างเงียบสงบ จึงจะได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจตรา เพื่อความปลอดภัย

จากนักท่องเที่ยวทำร้ายชิงทรัพย์ มาดูนักท่องเที่ยวกินแล้วชักดาบไม่ยอมจ่ายเงินกันบ้าง กล้องวงจรปิดของร้านข้าวซอยแห่งหนึ่ง เขตตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จับภาพขณะที่นักท่องเที่ยวชาย-หญิงชาวจีน จำนวน 3 คน มานั่งกินอาหาร แต่เมื่ออิ่มแล้วกลับไม่ยอมจ่ายเงิน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นักท่องเที่ยวผู้หญิง 2 คน ลงจากรถยนต์เดินเข้าร้านมาพร้อมสั่งอาหาร จากนั้นก็ไปนั่งที่โต๊ะด้านใน แล้วสักพักก็เปลี่ยนใจไปนั่งโต๊ะหน้าร้านแทน โดยมีเพื่อนผู้ชายชาวจีนซึ่งทำหน้าที่ขับรถเข้ามาสมทบ กระทั่งกินอิ่มประกอบกับที่หน้าร้านไม่มีเจ้าของร้านเฝ้าอยู่ นักท่องเที่ยวทั้ง 3 คน รีบลุกเดินออกจากร้าน ไปขึ้นรถยนต์ทันที

สำหรับราคาอาหารทั้งหมดอยู่ที่ 260 บาท หลังเกิดเหตุพ่อของนายลัทธพล ขี่รถจักรยานยนต์ตามรถยนต์ของนักท่องเที่ยวทั้ง 3 คนไปจนทัน ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้ารถ พร้อมกับพูดเป็นภาษาเหนือ ถามนักท่องเที่ยวด้วยความโมโห ว่ากินแล้วทำไมไม่จ่ายเงิน ฝ่ายนักท่องเที่ยวหยิบเงินส่งให้แล้วรีบขับรถยนต์ออกไป

เจ้าของร้านยอมรับที่ผ่านมามีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติกินแล้วลืมจ่ายเงิน แต่ก็ย้อนกลับมาจ่ายให้ในภายหลัง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้ส่อเจตนาชักดาบ จึงมาเตือนภัยผู้ประกอบการร้านอาหารให้ระมัดระวัง