7 สีช่วยชาวบ้าน

ณัฐชนน Love เลย : หนี ซ่อน สู้ ทางเอาตัวรอดในเหตุฉุกเฉิน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดเสวนาการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยยกเหตุกราดยิงที่โคราชมาเป็นต้นแบบ ให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป โดยแนะนำยึดหลัก "หนี ซ่อน สู้"

นี่เป็นการสาธิตการห้ามเลือดเบื้องต้น หากเราต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิด เราอาจจะกลายเป็นหนึ่งผู้รอดชีวิต จนนำมาสู่การช่วยเหลือชีวิตบุคคลอื่น ๆ ได้ ในเหตุการณ์จำลองดังกล่าวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดเสวนาหัวข้อ "Escape and Survive in Mass Shooting" จากกรณีเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ความรู้แก่แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป เมื่อต้องเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรง

"หนี ซ่อน สู้" คือ หนึ่งวิธีที่จะทำให้เราปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่สำคัญคือ เวลาเราไปในที่ชุมชน ต้องให้ความสนใจกับสิ่งรอบข้าง หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น เสียงดังปัง เสียงหวีดร้อง แตกตื่น สิ่งที่เราควรทำคือ หนีไปจากสถานการณ์นั้นไปยังที่ปลอดภัย อย่าห่วงข้าวของ เมื่อเราปลอดภัยแล้วลองประเมินว่า เราสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้หรือไม่

ในสถานการณ์อันตราย เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน จากนั้นขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ และหากสถานการณ์ปลอดภัยมากขึ้น ก็พยายามช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งสิ่งที่ประชาชนทำได้อย่างน้อย คือ การห้ามเลือดในจุดที่ไม่อันตราย

ส่วนการเอาตัวรอดในเด็กเล็ก แพทย์แนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง พยายามสอนให้เด็กเข้าใจการหลบซ่อนจากเหตุฉุกเฉิน โดยอาจจำลองเหตุการณ์สมมุติให้เด็กได้ทดลอง เงียบ นิ่ง หรือวิ่งไปในที่ที่ปลอดภัย ที่สำคัญคือ ให้เด็กท่องจำเบอร์โทรศัพท์พ่อแม่ผู้ปกครองไว้ด้วย

การฝึกสถานการณ์จำลอง เป็นสิ่งที่ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ เท่านั้นที่ทำได้ แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถซ้อมแผนอพยพจากหลายสาเหตุมาผนวกกันได้ อย่างเช่น ไฟไหม้ ระเบิด กราดยิง หรือแม้กระทั่งการก่อวินาศกรรม เพื่อให้เราคุ้นชิน หรืออย่างน้อย ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วม แม้ว่าเราจะไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก็ตาม

เหนือสิ่งอื่นใดคือ ตัวเราต้องมีสติ เอาความเป็นตัวเองกลับมา โดยใช้หลักการกำหนดลมหายใจในสถานการณ์ตึงเครียด เพราะเวลาเราตื่นเต้นแล้วเราจะหายใจเร็วขึ้น เมื่อทำให้การหายใจช้าลง จะค่อย ๆ สงบลง ทำให้จิตใจกลับมาสู่ปัจจุบัน แล้วค่อยคิดวิเคราะห์สถานการณ์ โดยยึดหลัก "หนี ซ่อน สู้"