7HD ร้อนออนไลน์

ผบ.ตร.ยันตำรวจเป็นกลาง ไม่อยากเห็นการเมืองลงถนน

ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธานกรรมาธิการ มีการพิจารณา เรื่องสืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ

น.ส.พรรณิการ์ วานิช สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชน ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือ ให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงตนแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ตนดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ

ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียงผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชัน ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไร แค่ขอให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย เชื่อว่าตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้สั่งการอะไร แผนต่าง ๆ จะมีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้ามีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป การสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น