เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : ถอดบทเรียน รักนี้ต้องฆ่า สังเวยปมรักไม่สมหวัง

ย้อนกลับไป ชาย-หญิง คู่นี้แต่งงาน จดทะเบียนสมรสอยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี กระทั่ง 1 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ มีพยานเห็นทั้ง 2 คนทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ทั้ง 2 คนจดทะเบียนหย่า และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หญิงสาวนำภาพใบจดทะเบียนหย่ามาโพสต์ พร้อมข้อความ คืนอิสระให้กัน จากนั้นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หญิงสาวโพสต์ภาพช่อดอกกุหลาบและกระเป๋าเงิน พร้อมข้อความขอบคุณ เชื่อว่าภาพนี้อาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้อดีตสามี เกิดความโกรธแค้น จนตัดสินใจก่อเหตุ

ขณะที่หน้าเฟซบุ๊กของผู้ก่อเหตุ มีการโพสต์ภาพซ้อมยิงปืน ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ และข้อความตัดพ้ออดีตภรรยา ก่อนจะมาก่อเหตุยิงอดีตภรรยาเสียชีวิตในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุโพสต์ข้อความหน้าเฟซบุ๊กอีกครั้งว่า คิวต่อไปคือชู้

ข้อความทั้งหมดนี้คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ชนวนเหตุบุกยิงครั้งนี้ มาจากอดีตสามีโกรธแค้นที่ฝ่ายหญิงเลิกรา และมีชายอื่น โดยยังมีการเขียนจดหมายระบายความในใจ ขอโทษ และบอกลาครอบครัว ทำให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุมีการวางแผน ก่อนตัดสินใจลงมือ

เช่นเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่จังหวัดนครปฐม ชายหนุ่มคนหนึ่งบุกไปง้ออดีตภรรยาไม่สำเร็จ จึงใช้ปืน M16 กราดยิงตึกกว่า 30 นัด ก่อนจะฉุดอดีตภรรยาขึ้นรถพาหนี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมของหญิงสาวที่ถูกฉุดตัวไป

เหตุการณ์ลักษณะนี้ นับวันยิ่งเริ่มทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ปมเหตุล้วนมาจากความรักที่ไม่สมหวัง สุดท้ายจบลงด้วยการสังเวยชีวิต ทั้งที่จริงแล้วเรื่องนี้มีทางออกที่ดีกว่าการใช้ความรุนแรง ซึ่งผู้ลงมือก่อเหตุเกือบทุกคดีล้วนเป็นฝ่ายชาย

เกือบทุกเหตุการณ์ สังเกตได้ว่า ส่วนใหญ่ก่อนเกิดเหตุจะมีสัญญาณบ่งบอกถึงความรุนแรงที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยา คำพูดข่มขู่ อาฆาต รวมไปถึงการโพสต์เฟซบุ๊กระบายความในใจ หากผู้ที่อยู่ใกล้ชิด เห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบแจ้งตำรวจ หรือพูดคุยกับผู้ที่มีแนวโน้มจะก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ดังเช่นที่ปรากฏเป็นข่าวที่ผ่านมา