7HD ร้อนออนไลน์

สบส.เอาผิดคลินิกฉีดโบท็อกซ์ให้นักร้องสาวดับ หลังพบแพทย์ไม่มีชื่อให้บริการ

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนุบสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวกรณีนักร้องสาวเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ที่กรามในคลินิกแห่งหนึ่งย่านเพชรเกษม 81 เขตบางแค ว่า เจ้าหน้าที่ สบส.ตรวจสอบพบว่า หญิงสาวเข้าไปรับการรักษาที่คลินิกดังกล่าวจริง โดยคลินิกนี้ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ไม่ใช่คลินิกเถื่อนและให้บริการทั้งการฉีดสารเสริมความงามและร้อยไหม ซึ่งตามปกติคลินิกจะมีผู้รับใบอนุญาตดำเนินการ มีแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเป็นผู้ควบคุม โดยแพทย์ที่ให้บริการในคลินิก บางแห่งจะหมุนเวียนกันมา และต้องมีหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ให้บริการในคลินิก (สพ.6) ด้วย โดยเฉพาะต้องมีการติดชื่อแพทย์และรูปภาพให้เห็นชัดเจนว่าเป็นใคร เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

แต่ช่วงที่หญิงรายดังกล่าวมารับบริการ แพทย์ผู้ดำเนินการไม่ได้อยู่ให้บริการ มีเพียงแพทย์พาร์ทไทม์ให้บริการ แต่แพทย์ที่ให้บริการไม่มีใบ สพ.6 และไม่มีการติดป้ายชื่อแพทย์ที่ให้บริการไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอรายชื่อแพทย์ที่ให้บริการดังกล่าว ดังนั้น ผู้รับใบอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ฐานไม่จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวงตลอดเวลาทำการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และส่งข้อมูลให้แพทยสภาตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพ
        
เบื้องต้นผู้ประกอบการ แจ้งว่า ไม่รู้จักแพทย์ที่ทำพาร์ทไทม์ ขณะนี้ สบส.จึงไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจริงหรือไม่ หากไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จะเอาผิดเพิ่มในตัวหมอเถื่อน เนื่องจาก ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ผิดตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเอาผิดผู้ดำเนินการที่ปล่อยให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่แพทย์มาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของแพทย์จะส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณา รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลการชันสูตรจาก รพ.ศิริราชด้วย

ทั้งนี้ สารโบท็อกซ์ที่ใช้ฉีดอยู่ระหว่างการประสานส่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบว่า มีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีโทษรุนแรงจำคุกไม่เกิน 5 ปี และมีโทษปรับด้วย สำหรับฤทธิ์ของโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน จึงทำให้ดูหน้าเรียวและริ้วรอยหายไป แต่มีผลกระทบทำให้เป็นจั้มได้ หากไปกินยาละลายลิ่มเลือดจะทำให้เลือดออกง่าย รวมถึงหากมีการนวดอาจทำให้โบท็อกซ์กระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นและเกิดอันตรายได้ เพราะทำให้กล้ามเนื้อมัดอื่นคลายตัว