สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เมืองนครนายกประกาศพื้นที่ประสบภัยไฟป่ารุนแรง

จำนวน 2 หมู่บ้าน ในตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า)  หลังสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ทั้งจังหวัดสระบุรี ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่  2  ได้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ ในหลายตำบลของอำเภอเมือง และอำเภอบ้านนา สร้างความเสียหายกว่า 500 ไร่  ทำให้เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนระดมกำลังเร่งควบคุม 

โดยกองทัพบกได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ จากจังหวัดลพบุรี บรรทุกน้ำสกัดไฟที่ลุกลามทั้ง 2 ด้าน คือด้านอำเภอบ้านนา และอำเภอเมือง โดยอาศัยแหล่งน้ำจากโรงเรียนเตรียมทหาร และอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ  อีกทั้งกรมป้องกันสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ไฟป่ามีแนวโนมรุนแรงขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวานนี้หลังจาก กระแสลมเข้าใกล้พื้นโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทำให้ต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพ จำนวน 2 ลำ  เร่งดับไฟทางอากาศ ขณะที่ภาคพื้นที่หลายหน่วยงาน รวมถึงกำลังทหารเร่งเข้าทำแนวกันไฟและดับไฟที่ลุกไหม้อยู่ในป่าลึก ซึ่งมีสภาพเป็นภูเขาสูงชัน  ยากต่อการเดินเท้าขึ้นไปดับไฟ  ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่ายังไม่คลี่คลาย

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังไฟปะทุขึ้นมาอีก  และยังพบไฟป่าเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ส่วนภารกิจการเดินเท้าเข้าไปดับไฟป่ายุติลงตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในป่าเป็นภูเขาสูงชันเสี่ยงอุบัติเหตุ  ซึ่งภารกิจจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ  8.00 น.เช้าของวันนี้  

สถานการณ์ไฟป่าเมืองตราดยังไม่คลี่คลาย  จ.ตราด 
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นบนเทือกเขาบรรทัด ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด ซึ่งเป็นเขตแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา ก่อนจะลุกลามมายังพื้นที่ป่าบริเวณด้านหลังวัดสะพานหินและบ้านท่าเส้น ซึ่งอยู่เหนือที่ทำการประปาภูมิภาค (สะพานหิน) จนขยายวงกว้างเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร  จากนั้นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด นำรถดับเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลักเกาะ เขตแหลมกลัด เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าไปยังสวนยางพาราและสวนผลไม้ของชาวบ้านนั้น

ล่าสุดสถานการณ์ไฟป่าบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง แต่กลับทวีความรุนแรงมากขึ้นจากกระแสลมที่พัดแรง โดยขณะนี้เพลิงได้ลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนชาวบ้าน และฐานทหารพรานนาวิกโยธินที่ 513 บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด

นายวีระ ฤกษ์วณิชย์กุล นายอำเภอเมืองตราด ได้รับรายงานว่า เกิดไฟป่าลุกลามอีกครั้งบริเวณบ้านสะพานหิน ซึ่งอยู่แนวชายแดน ทำให้ชาวกัมพูชาที่นำสินค้าเข้ามาขายในตลาดชายแดนบ้านท่าเส้น ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ และจะต้องรอให้กลุ่มควันจากสถานการณ์ไฟป่าเบาบางลงก่อน

ด้านนายฐิตินันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ได้ระดมรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด รวมทั้งสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.แหลมกลัด/ ทหารพรานช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง พร้อมเร่งทำแนวกันไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่เกษตรกรรม ป่าชุมชน บ้านเรือนประชาชน และฐานทหารพรานที่อยู่ใกล้เคียง

ไฟป่าลุกลามจากสปป.ลาวไหม้ภูชี้ฟ้า  จ.เชียงราย 
ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ไฟป่าจากฝั่ง สปป.ลาว ลุกลามเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า  ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูชี้ฟ้าระดมกำลังควบคุม พร้อมตรวจสอบแนวกันไฟ เพื่อป้องกันการลุกลาม  โดยไฟป่าสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่อุทยานฯ ประมาณ 20 ไร่  ก่อนจะสามารถควบคุมการลุกลามได้สำเร็จ แต่ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากยังมีบางจุดที่เพลิงยังไม่ดับสนิท และอาจปะทุไหม้ขึ้นมาอีกรอบ  

นายบุญชัย ชาญชัยพิทักษ์สิน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านร่มฟ้าไทย ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง  เปิดเผยว่า  ในปีนี้ไฟป่าเกิดขึ้นเร็วกว่าปีที่ผ่านมา  ซึ่งตามปกติชาวบ้านจะจัดกำลังคนเฝ้าระวังไฟป่าคืนละ 2 คน และหากพบไฟป่าก็จะเร่งประสานเจ้าหน้าที่ พร้อมช่วยกันดับเพลิง เนื่องจากหมู่บ้านร่มฟ้าไทยอยู่ใกล้กับผืนป่าที่ถูกเพลิงไหม้ประมาณ 5 กิโลเมตร

ไฟลามทุ่งเผาบ้านวอด-รถอีก 3 คัน  จ.ขอนแก่น 
ที่ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  เกิดเหตุเพลิงไหม้ทุ่งนาของชาวบ้าน ก่อนจะลุกลามไหม้บ้านเรือนของชาวบ้าน  ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงจำนวน 6 คัน ช่วยกันฉีดดับเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้  ตรวจสอบพบรถยนต์ และรถไถถูกเพลิงไหม้เสียหายจำนวน 3 คัน พร้อมกับบ้านอีก 1 หลัง   เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากมีชาวบ้านจุดไฟเผาหญ้าในทุ่งนาจนทำให้เพลิงลุกลามไหม้บ้านและรถเพื่อนบ้าน  เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนอย่างละเอียด และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด