ห้องข่าวภาคเที่ยง

ภาคเหนือท้องฟ้าหลัวจากหมอกควันไฟป่าสะสม ค่า PM2.5 พุ่งสูงถึง 145 ไมโครกรัมฯ

ทางภาคเหนือ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน 142 จุด โดยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงมีไฟป่าในหลายจุดพบจุดความร้อนถึง 41 จุด เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าดับไฟกันตลอดทั้งคืนโดยเฉพาะในเขตตัวเมืองแม่ฮ่องสอนนั้น พบจุดเกิดไฟป่ามากในพื้นที่ของตำบลปางหมู ผาบ่อง และตำบลห้วยผา นอกจากนี้ยังตรวจพบจุดความร้อนอีกหลายจุดในพื้นที่อำเภอปาย ปางมะผ้า และแม่สะเรียง โดยอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งมีพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกประกาศใช้มาตรการเด็ดขาดห้ามเข้าไปกระทำการใดๆ ในพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด พร้อมกับบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบเผาป่า

ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในระดับสีแดง สูงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ชาวเมืองแม่ฮ่องสอน ต้องหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่แล้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มของผู้สูงอายุและเด็ก

ส่วนเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์ส แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ วันละ 2 เที่ยวคือ เที่ยวเช้าและเที่ยวบ่าย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถบินได้เพียงวันละ 1 เที่ยวบิน ในช่วงบ่ายเท่านั้น หลังทัศนวิสัยตำในช่วงเช้าของแต่ละวัน

นอกจากนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังพบจุดความร้อนจากไฟป่าถึง 30 จุด ทำให้เมื่อเช้านี้ค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังอยู่ในระดับสีส้ม เช่นเดียวกับจังหวัดตาก พบจุดความร้อน 27 จุด บริเวณแนวป่าชุมชนท้ายหมู่บ้าน บ้านน้ำดิบ ตำบลสมอโคน อำเภอบ้านตาก รอยต่อป่าสงวนแห่งชาติแม่สลิด-โป่งแดง โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลมกระโชกแรงทำให้มีกลุ่มหมอกควันและฝุ่นละอองลอยฟุ้งกระจายหนาแน่น อบต.สมอโคน ได้นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 2 คัน ไปทำการฉีดน้ำเพื่อดับไฟป่า ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ปัญหาฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้นทำให้เทศบาลนครแม่สอด ต้องนำรถดับเพลิงจำนวน 5 คัน ฉีดพ่นละอองน้ำตามถนนสายหลัก อาทิ สาย 12 สาย 105 สาย 130 ถนนอินทรคีรี ถนนประสาทวิถี เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ