7HD ร้อนออนไลน์

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เตรียมขอคุ้มกันพยานผู้เกี่ยวข้องคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีอุ้มลักพาตัวนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊งว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน มาดักรอนายวีรชัย ที่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนจะร่วมกันอุ้มลักพาตัวนายวีรชัย หายขึ้นรถที่จอดเตรียมมา และในวันเดียวกันกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์เข้าไปหา น.ส.พนิดา เพื่อข่มขู่ให้ยกฟ้องคดีโอ้นหุ้นนายชูวงษ์ น.ส.พนิดา จึงแจ้งความกับตำรวจและได้บันทึกเทปสนทนาข่มขู่ไว้เป็นหลักฐาน

โดยจากการพูดคุยกับ น.ส.พนิดา ทราบว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่รับคดีการโอนหุ้นมาเมื่อประมาณปี 2561 ถูกข่มขู่คุกคามมาโดยตลอด และรู้สึกว่ามีใครบางคนเฝ้าติดตามมานานแล้ว จึงร้องเรียนแจ้งความไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้นอีกกับพี่ชาย

อย่างไรก็ตาม ทีมสืบสวนจำเป็นต้องปิดข่าวเป็นความลับ เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน จนกระทั่งพยานหลักฐานจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ร่องรอยการเผา และการชี้จุดที่ทิ้งซากกระดูกลงแม่น้ำ ทำให้ตำรวจเชื่อว่านายวีรชัย เสียชีวิตแล้ว

หลังจากนี้ศาลยุติธรรมจะพิจารณาเรื่องการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทั้งคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์กว่า 30 ล้านบาท ของศาลอาญากรุงเทพใต้ และคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ขณะนี้มีตำรวจและเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือ คอร์ท มาร์แชล จะเข้าไปเสริมการดูเเลในเรื่องคุ้มกัน น.ส.พนิดา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ส่วนผู้พิพากษาของศาลจังหวัดพระโขนง อยู่ระหว่างพิจารณาความเสี่ยง รวมถึงผู้พิพากษาคนอื่นในอนาคต หากพบว่าถูกคุกคามร้ายแรง อาจพิจารณาใช้มาตรการจัดเซฟเฮาส์ หรือรถกันกระสุนในการคุ้มกันผู้พิพากษาและองค์คณะ ซึ่งที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนจากผู้พิพากษามาอย่างต่อเนื่อง ทางศาลจะพิจารณาระดับการคุกคาม เพื่อส่งตำรวจศาลไปคุ้มกันเฉพาะกรณี

ส่วนประเด็นจะต้องเปลี่ยนตัว น.ส.พนิดา ออกจากเจ้าของสำนวน เพราะอาจเกิดความหวาดกลัวจนมีอคติในการพิจารณาหรือไม่ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ไม่สามารถตอบแทนได้ ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่กองบังคับการปราบปรามในช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจเตรียมคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมพวกรวม 3 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ซ่องโจร และเรียกค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน  ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากสอบสวนเสร็จสิ้น จะนำตัวทั้งสามคนมาควบคุมตัวไว้ที่กองปราบปราม เพื่อเตรียมนำไปขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) โดย เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมยืนยันว่า ศาลจะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัว พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกหรือไม่ ด้วยความเป็นกลาง และปราศจากอคติอย่างแน่นอน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน เข้าเยี่ยมผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเปิดเผยว่า ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของพ่อ เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อน่าจะถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจาก ดูแล้วมีการเตรียมการไว้ก่อน ส่วนเมื่อคืน พ.ต.ท.บรรยิน ก็นอนหลับดี ไม่ได้เป็นกังวล หรือเครียดอะไร ขณะที่คดีความนั้น ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับทนาย จึงไม่สามารถพูดเรื่องนั้นได้.