ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : พิพากษาคดีเงินทอนวัด

คดีนี้ทั้งหมดเริ่มขึ้นมาจากการสะสางเรื่องราวการทุจริตในวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ยาวนานกันมาข้ามปีตั้งแต่ปี 2560 รูปแบบการทุจริตมีหลายรูปแบบทั้งจากเงินอุดหนุน เพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์วัด, เงินอุดหนุนเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม, และเงินอุดหนุนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จากนั้นได้มีการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จบข่าวคราวเงียบหายไป

จนกระทั่งเช้าตรู่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ตำรวจกองปราบเปิดปฏิบัติการบุกวัดดังหลายแห่งพร้อมกันทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมนิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบปราม ก่อนที่จะนิมนต์พระผู้ใหญ่ไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่ศาลฯ ไม่ให้ประกันตัว จึงต้องทำพิธีลาสิกขาให้กับพระทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและให้เปลี่ยนใส่ชุดสีขาว นำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 อดีต ผอ.พศ. มีความผิดตามฟ้องพิพากษา จำคุก 2 ปี 12 เดือน จำเลยที่ 2-4 เจ้าหน้าที่ พศ. จำคุก 3 ปี 18 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5 คือ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้าข่ายกระทำผิดเดียว คือ ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้กระทำผิด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ลงโทษจำคุก 36 เดือน ปรับ 27,000 บาท แต่ด้วยคุณงามความดีที่ทำมา และไม่เคยมีความผิดอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี คงโทษปรับ ส่วนเงินงบประมาณกว่า 69 ล้านบาท ที่เบียดบังเอาไปนั้น ศาลเห็นว่าไม่ต้องชำระคืน เนื่องจากไม่พบว่ามีการทุจริต เบียดบังไปเป็นของตน

สำหรับนายพนม กับพวก มีคดีในชั้นการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อีกหลายสำนวน โดยคดีทุจริตเงินทอนวัดมีทั้งหมดมากกว่า 80 สำนวน

ส่วนคดีเงินทอนวัดเฟสแรก มีวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 12 วัด รวมสำนวนทั้งหมด 12 คดี เฟสที่ 2 มีวัดเกี่ยวข้อง 23 วัด รวมสำนวนทั้งหมด 23 คดี และเฟสที่ 3 มีวัดที่เกี่ยวข้อง 10 วัด รวมสำนวนทั้งหมด 10 คดี รวม 3 เฟสมีสำนวนคดีทั้งหมด 45 คดี ซึ่งหลังจากนี้ต้องดูกันต่อไปว่าผลคำพิพากษาจะออกของอีกหลายๆ และในชั้นอุทธรณ์ ฎีกา ในสำนวนที่เหลือจะออกมาในทิศทางใด