ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : ปฏิบัติการเสือไฟดับไฟป่าเขาใหญ่ จ.นครนายก

ทันทีที่ฟ้ามืดลง เปลวไฟจากไฟป่าก็ปะทุขึ้นตามแนวเขา ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม ปลายยอดไฟ ทั้งสูงและโบกสะบัดลามไปติดต้นไม้ ต้นแล้วต้นเล่า โดยเฉพาะที่ตำบลเขาพระ ช่องเขาขาด

เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเสือไฟถึงกับนั่งไม่ติดแม้เพิ่งได้นั่งพักไม่ถึง 10 นาที ทุกคนพากันเตรียมอุปกรณ์ขึ้นรถมุ่งหน้าไปดักต้นเพลิงที่กำลังใกล้เข้ามาในชุมชนทุกที

เครื่องเป่าลมทำแนวกันไฟ พร้อมไม้ตบไฟและไม้กวาด เป็นอุปกรณ์ชุดแรก ที่บุกเข้าไปจนถึงต้นเพลิงซึ่งอาจจะลามลงมาในอีกไม่ช้า จากนั้นไม่นานนักรถ JCB และรถบรรทุกน้ำ รถไฟส่องสว่างของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ก็เริ่มทยอยเข้าสู่พื้นที่ปักหลักสู้ไฟป่าที่โหมกระหน่ำลงมาเหมือนสายน้ำ

หัวหน้าทีมดับไฟป่าซึ่งปฏิบัติงานข้ามวันข้ามคืนมามากกว่า 48 ชั่วโมง ยอมรับว่าทั้งเหนื่อยและล้า แต่ก็ยังวางมือไม่ได้ เพราะภัยที่อยู่ตรงหน้าใกล้ชุมชนเหลือเกิน ทั้งเชื่อมั่นว่าเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำบนภูเขามาจากน้ำมือมนุษย์ เพียงเพราะต้องการล่าสัตว์

ในขณะที่รถบุกป่าฝ่าดงเข้าไปทำแนวกันไฟ ชาวบ้านเองก็นั่งไม่ติด เปลวไฟที่ล้อมรอบชุมชนทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หลายคนยอมรับว่าปีนี้ไฟป่ารุนแรงเหลือเกิน หลังจากไม่พบมา 3 ปีติดกัน โดยยอมรับว่าต้นปัญหาน่าจะมาจากน้ำมือมนุษย์ ผนวกกับแล้งจัดและมีใบไม้แห้งมากกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก็ยังเห็นธารน้ำใจของคนไทย หลายคนเปิดบ้านให้เจ้าหน้าที่ชำระร่างกายฟรี หลายคนหอบข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงน้ำดื่มและน้ำเกลือแร่มาบริจาคเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ไม่ขาดสาย ผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง แนวกันไฟและอุปกรณ์ที่พร้อมพรั่งก็พร้อมต่อสู้กับไฟป่าที่ถาโถมลงมาสู่ชุมชน ครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการกำลังและใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างคุ้มค่า โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติที่ คงต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นฟูจากความมักง่ายของคนที่อยากได้เพียงไม่กี่คน