เจาะประเด็นข่าวค่ำ

สธ.เฝ้าระวังคนใกล้ชิด ปู่-ย่ากลับจากฮอกไกโด ติดโควิด-19 แพร่เชื้อหลาน ชาย 8 ขวบ

กระทรวงสาธารณสุขแถลงความคืบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ล่าสุดมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด 16 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มอีก 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 35 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร และชายชาวจีนอายุ 62 ปี จากสถาบันโรคทรวงอก ซึ่งทั้ง 2 รายติดเชื้อจากการเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย รวมที่กลับบ้านได้แล้ว 24 ราย

จำนวนผู้ป่วยสะสมในไทยทั้งหมดมี 40 ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 1,798 ราย คัดกรองจากด่าน 72 ราย ส่วนที่เหลือมารักษาที่โรงพยาบาลเอง แต่ส่วนใหญ่พบว่าเป็นไข้หวัดตามฤดูกาล

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ในไทย มีเพิ่มอีก 3 ราย มาจากครอบครัวเดียวกัน รายแรกเป็นชายไทยอายุ 65 ปี เดินทางไปเที่ยวกับทัวร์ที่เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 16 - 20 กุมภาพันธ์ จากนั้นกลับมาแล้วมีอาการไข้และไออยู่ 3 วัน จึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่วันแรกไม่ได้แจ้งประวัติการเดินทาง ต่อมาแพทย์สอบสวนโรคเพิ่มคนไข้จึงยอมแจ้งประวัติ จนตรวจพบว่าติดเชื้อในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จึงส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคทรวงอกทันที โดยพบว่ามีอาการปอดอักเสบและบวม เนื่องจากป่วยแล้วถึง 3 วัน

คนที่ 2 หญิงไทยอายุ 62 ปี เป็นภรรยาที่เดินทางไปเที่ยวด้วยกันและติดเชื้อมาจากประเทศญี่ปุ่นด้วย ส่วนคนที่ 3 เด็กชายไทยอายุ 8 ปี ซึ่งเป็นหลานไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่อยู่ใกล้ชิดปู่กับย่าที่บ้านพักและติดเชื้อ ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร

จากกรณีผู้ป่วย 3 รายล่าสุด ทีมข่าวสอบถามรองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่ Super spreader หรือคนที่แพร่เชื้อไปยังคนจำนวนมากๆ เช่นเดียวกับที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากกรณีในไทยผู้ที่ติดเป็นคนในครอบครัวใกล้ชิด ลักษณะเดียวกับครอบครัวผู้ป่วยชาวจีนและพบชัดเจนว่าเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ รวมถึงเทียบอัตราการแพร่เชื้อยังอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยคือ 1 คนแพร่เชื้อต่อไปยังอีก 1-2 คน พฤติกรรมของปู่-ย่ารายนี้ สอบสวนพบว่าหลังกลับมาที่ไทยไม่ได้เดินทางออกไปยังที่สาธารณะมากนัก ต่างจากคุณป้าชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปโบสถ์

สำหรับแนวทางการสอบสวนโรค ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนโรค โดยมีประวัติผู้ใกล้ชิดซึ่งอาจเป็น “ผู้สัมผัส” ผู้ป่วยทั้งหมดแล้ว ทั้ง 1.ผู้ร่วมทริปทัวร์ฮอกไกโดกับปู่-ย่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย 2.ผู้เดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นในเที่ยวบินเดียวกัน 3.คนในครอบครัวของผู้ป่วย 4.บุคลากรโรงพยาบาลเอกชนที่เข้ารักษาแห่งแรกประมาณ 40 คน และ 5.ครูและเพื่อนร่วมห้องของเด็กชายอายุ 8 ขวบ ประมาณ 50 คน

ส่วนผู้สัมผัสกับผู้สัมผัส เช่น เพื่อนที่ทำงานของพ่อ-แม่เด็กชายซึ่งอยู่ในครอบครัว ตอนนี้พ่อและแม่ของเด็กชายยังไม่พบว่าป่วย จึงยืนยันว่าผู้ที่ร่วมงานด้วยมีความเสี่ยงน้อย

ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ประกาศให้โรคโควิด -19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือคุ้มครองประชาชน ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทำให้ตรวจพบผู้ป่วยได้เร็วขึ้น และเตรียมบังคับใช้กฎหมายหลังพบว่ามีผู้ปกปิดประวัติการเดินทาง รวมถึงสั่งไม่ให้ผู้มีความเสี่ยงเข้าเมือง

ล่าสุดมีการส่งกลับสามี-ภรรยาชาวต่างชาติ 2 คน ที่เพิ่งออกมาจากเรือ Diamond princess และขึ้นเครื่องบินเข้ามาประเทศไทยต่อโดยบอกว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ด่านกักกันโรคที่สนามบิน ได้เข้าตรวจสอบ พาไปตรวจอาการ และมีการให้ใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยขอให้เดินทางกลับทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ของสายการบินเรื่องการปฏิบัติตัวระหว่างเดินทางด้วย เพื่อควบคุมการระบาด ด้วยมาตรการขั้นสูงสุด

ส่วนเรื่องการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้ยังคงขอความร่วมมือในการวางมาตรการเรื่องการเดินทางจากหน่วยงานต่างๆ แม้ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย โดยประเทศกลุ่มเสี่ยงที่ขอให้งดเว้นเดินทางในโซนเอเชีย คือ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า สิงคโปร์ ญี่ปุ่น โซนยุโรป อิตาลี และตะวันออกกลางคืออิหร่าน ซึ่งทุกพื้นที่มีระบาดในประเทศชัดเจน ส่วนที่ยังติดตามใกล้ชิด คือ สหรัฐอเมริกา เพราะมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น