สนามข่าว 7 สี

สืบพยานล่วงหน้า คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาฯ

เมื่อวานนี้ อัยการได้นำพยานในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเข้าเบิกความต่อศาล ซึ่งเป็นการขอสืบพยานล่วงหน้า เนื่องจากพยานที่นำเข้าเบิกความ เป็นชาวต่างชาติประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะต้องเดินทางกลับประเทศ ขณะที่การรวบรวมพยานหลักฐานดำนเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ตำรวจกองปราบปรามได้ไปตรวจค้นที่ฟาร์มไก่ของ สจ.อ๊อด หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้

หลังจากที่พนักงานอัยการได้ร้องขอให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดสืบพยานล่วงหน้าในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ วานนี้ศาลได้อนุญาตให้มีการสืบพยานล่วงหน้าได้ โดยอัยการได้นำพยาน ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลต่างชาติประเทศเพื่อนบ้าน และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มจำเลย รวม 4 ปาก ขึ้นเบิกความ

ซึ่งหนึ่งในพยานปากสำคัญที่นำตัวขึ้นเบิกความ คือผู้ที่นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ หนึ่งในผู้ต้องหาใช้ให้ไปซื้อน้ำมันเบนซิน 95 ใส่ในถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร ราคาประมาณ 400 กว่าบาท เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยพยานบอกว่าที่ผ่านมา นายณรงค์ศักดิ์เคยใช้ให้ไปซื้อน้ำมัน และสิ่งของต่าง ๆ หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ให้ไปซื้อน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบว่านายณรงค์ศักดิ์ จะนำน้ำมันจำนวนมากไปทำอะไร

ขณะที่พยานอีกคนขึ้นเบิกความว่า ภรรยาของพันตำรวจโทบรรยิน ใช้ให้ไปซื้อซิมการ์ด 1 อัน เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้พยานยังเบิกความว่ารู้จักและเคยเห็น นายณรงค์ศักดิ์ ไปที่บ้านของพันตำรวจโทบรรยินด้วย

โดยตลอดการเบิกความเมื่อวานนี้ พยานทั้ง 4 คน ถูกพาแยกไปเบิกความคนละห้องพิจารณากับจำเลย เพื่อไม่ให้เผชิญหน้า ลดความกดดัน หรือความเกรงกลัวให้แก่พยาน ที่ต้องเบิกความพาดพิงจำเลย ขณะที่ผู้พิพากษาก็ใช้วิธีไต่สวนพยานผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

ส่วนความคืบหน้าการสอบปากคำพยาน มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนสอบปากคำไปแล้ว 20 ปาก เหลืออีกประมาณ 40-50 ปาก รวมทั้งแพทย์ ชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ที่ต้องใช้เวลาสอบสวนให้ครบทั้งหมด อีกทั้งยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบสำนวนคดี แต่อย่างไรก็ตามก็คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีได้ภายใน 30 วัน ตามกำหนด

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ผลการสอบสวนผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้ความว่า มีการว่าจ้างหนึ่งในผู้ต้องหาด้วยเงิน 200,000 บาท ให้ไปจ้างทีมลักพาตัวด้วยเงิน 50,000 บาท โดยบอกว่าเป็นการลักพาตัวไปเพื่อทวงหนี้ และให้ทุกคนแต่งกายด้วยชุดตำรวจ เพื่อให้เป้าหมายกลัว จะได้ยอมจ่ายเงินคืนแต่โดยดี

ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ ก็มีความเคลื่อนไหวแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนของกองปราบปราม วานนี้ก็นำหมายศาลไปค้นหาพยานหลักฐานทางคดี ภายในฟาร์มไก่ชนของ นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านดอนวัด ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยตำรวจได้นำรถกระบะแบบยกสูง 4 ประตู สีขาว 1 คัน และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ท้ายกระบะอีก 1 คัน ไปตรวจสอบ โดยมี นายสายชล เข็มทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านดอนวัด ไปแสดงตนว่าเป็นเจ้าของรถกระบะและคอยดูแลฟาร์มดังกล่าว โดยนายสายชล ให้การว่ารู้จักและสนิทสนมกับ สจ.อ๊อด มานาน รถกระบะที่ยึดไปตรวจสอบก็เป็นรถของตนที่ สจ.อ๊อด ยืมไปใช้นานแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์เป็นของ สจ.อ๊อด เอาไว้ใช้ขี่ไปมาระหว่างฟาร์มไก่

ส่วนการตรวจสอบพยานแวดล้อมบริเวณโดยรอบพื้นที่บ้านพักของ สจ.อ๊อด ก็ไปพบกับหลานสาวของ สจ.อ๊อด ซึ่งให้ข้อมูลว่า สจ.อ๊อด ไม่น่ามีพฤติกรรมเป็นคนโหดร้าย เพราะแม้จะพูดจาเสียงดัง แต่เป็นคนใจดี มีนิสัยร่าเริง ชอบช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ตลอด คอยให้คำปรึกษาชาวบ้านทุกครั้งที่ได้รับความเดือดร้อน แต่หากใครมาพูดคุยและปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่ผิดกฎหมาย สจ.อ๊อด จะไม่คุยด้วย จึงไม่เชื่อว่าคนอย่าง สจ.อ๊อด จะไปร่วมทีมลงมือฆ่าใครได้

ส่วนที่มาของการเข้าอายัดรถยนต์ของ สจ.อ๊อด ในฟาร์มดังกล่าว ก็เกี่ยวข้องกับวงจรปิดที่ตำรวจสืบสวนไปพบความเชื่อมโยง ในจุดที่มีการรวมตัวช่วงเช้าของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องตรงบริเวณสถานีอนามัย บ้านหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จับภาพขณะที่รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน กน 919 นครสวรรค์ ของ​ สจ.อ๊อด นำนายชาติชาย​ เมณฑ์กุล และ​นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข​ ไปจอดฝั่งตรงข้ามสถานีอนามัย

จากนั้นอีกไม่กี่นาทีต่อมา รถสปอร์ต ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอร์เรส สีดำ ทะเบียน กร 39 นครสวรรค์​ ของ​พันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ก็ขับตามเข้าไป ซึ่งภายในรถมี นายมานัส​ ทับนิล​ เป็นคนขับ พันตำรวจโทบรรยินนั่งอยู่ด้านหน้า​ นายณรงศักดิ์​ ป้อมจันทร์​ นั่งเบาะหลัง จากนั้นก็มีการพูดคุยกันไม่นาน นายชาติชาย และนายประชาวิทย์ ก็เปลี่ยนไปนั่งรถคันเดียวกับพันตำรวจโทบรรยิน ก่อนจะพากันขับรถตามกันออกไป เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปก่อเหตุลักพาตัวพี่ชายผู้พิพากษา

อีกส่วนเป็นความเคลื่อนไหวของชุดประดาน้ำ ที่ยังคงออกงมหาชิ้นส่วนกระดูกและวัตถุพยานทางคดีอย่าง ถุงห่อศพ, โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ของพี่ชายผู้พิพากษาฯ เป็นวันที่ 4 โดยวานนี้ชุดประดาน้ำได้นำเครื่องโซนาร์ไปสแกนหาวัตถุใต้น้ำ ในพิกัดระยะทางห่างจากจุดทิ้งศพประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อหาวัตถุต้องสงสัยที่อาจติดริมชายฝั่ง แต่ผลการสแกนแทบทุกตารางนิ้ว ก็ยังไม่พบวัตถุพยานเพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าจะค้นหาหลักฐานแบบนี้ต่อไปจนครบ 7 วันตามกำหนด