สนามข่าว 7 สี

จับตาการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 5 คน

จบลงไปแล้วกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรี 5 คน ฝ่ายค้านงัดข้อมูลออกมามากมาย ขณะที่รัฐบาลเองก็ลุกขึ้นชี้แจงกันแบบละเอียดยิบ โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี ที่งดทุกภารกิจ เข้าสภาฯ ทุกวัน และก็มีรอยร้าวเกิดขึ้นในพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ซึ่งวันนี้นัดประชุมสภาฯ ในเวลา 9.30 น. เพื่อลงมติว่าจะไว้วางใจทั้ง 6 คนหรือไม่ แนวโน้มชัดเจน เสียงออกมาไว้วางใจทั้ง 6 คนแน่นอน ด้วยจากเสียงที่รัฐบาลมีอยู่ลอยเหนือน้ำไปแล้ว แต่ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ของตาย คือ 52 เสียงจากประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้พรรคมีมติรอดูข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน และคำชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน ว่าจะสามารถเคลียร์ได้ทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ โดยจะมีการหารือภายใน ก่อนเริ่มประชุมสภาฯ เพื่อกำหนดทิศทางการโหวต

ขณะเดียวกันมีข่าวว่าหลังจบศึกซักฟอก จะมีการปรับ ครม. เพราะเมื่อมี สส.เข้ามาเพิ่ม โควต้าในตำแหน่งต่าง ๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ที่อาจได้รัฐมนตรีเพิ่มอีกก็ได้ จึงทำให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษรตรและสหกรณ์ ถูกจับตามากที่สุดว่าอาจถูกปรับพ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรีช่วย รวมถึง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ประกาศว่าจะลาออกจากรัฐมนตรี หลังจบศึกซักฟอก

และแม้ว่าความเคลื่อนไหวในสภาฯ รัฐบาลจะสามารถกุมเสียงเอาไว้ได้แบบไรปัญหา แต่ก็ยังต้องเจอกับความเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ที่ขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะปรากฏการณ์แฟลชม็อบ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เฉพาะวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาวันเดียว มีการใช้สื่อโซเชียลนัดหมายชุมนุมในสถานศึกษา 15 แห่ง แต่แกนนำรัฐบาลเองก็ยังมั่นใจว่า จะไม่ขยายวงกว้างไปกว่านี้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ก่อนจบการอภิปรายเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี บอกว่า 5 ปี 7 เดือน ที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจาก คสช. ผ่านแรงเสียดทานมามาก ยอมรับว่า รัฐมนตรีทุกคนเครียด แต่ก็ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อทุกคน ทุกกลุ่ม ตอนนี้ยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องเร่งแก้ไข เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดหลากหลาย จึงต้องเร่งทำความเข้าใจ เพื่อให้ประเทศสงบสุข เดินหน้าต่อไปได้ จากนั้นที่ประชุมมีมติปิดการอภิปราย ปิดประชุม แล้วนัดมาลงมติกันในเช้าวันนี้

โดย สส.จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ ออกอาการน้อยใจพรรคเพื่อไทย ที่กินเวลาการอภิปรายจนหมด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการวิ่งเต้น เพื่อไม่ให้มีการอภิปรายพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ นี่อาจกลายเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นภายในพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้

ทั้งนี้ เมื่อรวมเวลาที่ใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกในรอบ 6 ปี รวมทั้งสิ้น 53 ชั่วโมง และเป็นครั้งแรกที่มีการชิงปิดสภา ทั้งที่ยังอภิปรายรัฐมนตรีไม่ครบทุกคน และฝ่ายค้านก็ยังไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติ