ห้องข่าวภาคเที่ยง

แชร์สนั่นโซเชียล : โควิด-19 พ่นพิษหนุ่มถูกบูลลี่ บีบออกจากงาน

ประสบการณ์ตรงจากหนุ่มคนหนึ่งได้ระบายความในใจกับทีมข่าว 7HD ว่าตนเองโดนกระแสบูลลี่ทั้งจากสังคม-นายจ้าง และเพื่อนร่วมงานอย่างหนัก หลังจากได้ไปเที่ยวกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ และกลับไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ยอมรับว่าช่วงที่กลับมาแฟนมีอาการป่วย ไข้ ไอ และน้ำมูก แต่ก็ผ่านจุดคัดกรองมาได้ แต่เพื่อความสบายใจ ตนเองและแฟนได้ตัดสินใจเปิดโรงแรมพัก ยังไม่เข้าบ้าน พร้อมพาแฟนไปหาหมอ ผลตรวจยืนยันไม่พบเชื้อโควิด-19

พอวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ตนเองได้ไปทำงานที่ร้านกาแฟตามปกติ แต่ปรากฏว่าเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน กลับแสดงอาการรังเกียจ บูลลี่ตนเองอย่างชัดเจน ไล่ไม่ให้เข้าใกล้ ไล่ให้กลับบ้าน ไม่คุย ไม่กินข้าวด้วย พอเพื่อนร่วมงานคนไหนมาคุยกับตนเอง ก็จะโดนเจ้านายดุ แม้แต่ไปซื้อน้ำอีกสาขาทาน ก็โดนทำท่ารังเกียจใส่ หนำซ้ำเพื่อนๆ ก็ไลน์มาบอกไม่ต้องมาหา อยู่คนเดียวไปเลยนะ ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่มาก เจ้านายเหมือนบีบให้ลาออกกลายๆ ด้วย ว่าถ้ายังไม่มีผลตรวจโรคยืนยันชัดเจน ก็ไม่ต้องกลับมาทำงานแล้ว "นี่เราแค่จัดเป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อนะ ต้องขนาดนี้กันเลยหรือ"

วันรุ่งขึ้นจึงตัดสินใจ ไปตรวจสุขภาพ พ่อแม่และแฟนก็ให้แยกไปอยู่กันคนละที่ จนผลตรวจออกมาแล้ว ทั้งแฟนและตนเองไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ทางโรงพยาบาลก็แนะนำให้กักตัวอยู่ในบ้านก่อน 14 วัน เพื่อป้องกัน ตนเองก็ปฏิบัติตาม ตอนนี้จะทานข้าวก็โทรศัพท์ร้านค้าที่รู้จัก แล้วให้เขาแขวนไว้หน้าบ้าน อยากวอนสังคมโปรดเข้าใจคนที่ไปเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยงกลับมา อย่าบูลลี่กันมากเกินไป ยอมรับตนเองเจอแบบนี้ บางครั้งเคยคิดสั้นด้วยซ้ำ 

ก็เห็นใจทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มเสี่ยง รวมถึงคนในสังคม อย่างที่จิตแพทย์หลายคนเริ่มออกมาเตือน แม้โควิด -19 จะอันตราย แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป จนอาจทำให้บางคน ได้รับผลกระทบถูกบูลลี่ ซ้ำเติมสภาพจิตใจและร่างกายมากขึ้น จนไม่อาจอยู่ในสังคมได้