สนามข่าว 7 สี

อนุวัตจัดให้ : ถ้ำทองคำ สปป.ลาว

อนุวัตจัดให้ วันนี้โหดและเหนื่อยหน่อย เพราะจะพาคุณผู้ชมเดินป่า ปีนเขาหินปูน เพื่อไปสำรวจ "ถ้ำทองคำ" แขวงคำม่วน สปป.ลาว

เมื่อวานพาคุณผู้ชมไปซิปไลน์ The Rock Viewpoint @ ภูผาม่าน อยู่ที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล เพราะเป็นสถานที่เสี่ยง เสียว สูง ยอดฮิต ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ สไปเดอร์เน็ต หรือตาข่ายใยแมงมุม ที่ใครหลายคนบอกว่าครั้งหนึ่งต้องมาถ่ายภาพให้ได้

ภารกิจยังไม่จบแค่นี้ วันนี้น่าจะหนักกว่าเดิม ขึ้นชื่อ พี่ยักษ์ อนาถาทัวร์ และพี่อินที เจ้าของ Green Discovery ไม่ธรรมดาแน่นอน พวกเขาจะพาผมซิปไลน์ผ่านเขาหินปูน เดินเข้าป่า เพื่อไปค้นหา "ถ้ำทองคำ" ที่อยู่ในหุบเขา ที่มีเสาไฟฟ้าอยู่ไกลลิบโน่น

ทุกคนเตรียมความพร้อม สัมภาระ อุปกรณ์เดินป่า เสบียงอาหาร ถูกแพ็กขึ้นหลัง ต้องพร้อมทุกอย่าง อากาศที่ร้อนและการปีนป่ายบนเทือกเขาหินปูน เสี่ยงบาดเจ็บและอันตรายมาก

การไปยังเขาหินปูนฝั่งตรงข้าม ไม่ธรรมดา เพราะทุกคนต้องแบกสัมภาระ ซิปไลน์ข้ามไป ใส่อุปกรณ์เซฟตีพร้อมแล้ว ส่งฝ่ายเสบียงและช่างภาพไปก่อนเลย

งานนี้มีพี่อินที เจ้าของ Green Discovery และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ติด 1 ใน 10 เซเลบริตีชั้นนำของลาว ให้เกียรติเดินทางไปด้วย

ซิปไลน์แบบนี้ 3 ฐาน ค่อย ๆ ใช้เซฟตีเกี่ยวตามเส้นเหล็กลงมาที่ฐานสาม ถอดอุปกรณ์เซฟตี แล้วเริ่มปีนไปตามเขาหินปูนที่แหลมคม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน แม้พวกเราจะออกเดินทางในช่วงเย็นแล้วก็ตาม

สัมภาระในการเดินป่าแต่ละคน กลายเป็นอุปสรรคต่อการเร่งฝีเท้า เพื่อไม่ให้ถึงจุดหมายค่ำเกินไป

แต่ละก้าวต้องระวัง พลาดไปจะถูกหินปูนที่แหลมคม ทำให้บาดเจ็บ หากก้าวพลาดตกลงไปจริง ๆ บาดเจ็บสาหัสได้เลย

ยิ่งเดินยิ่งไกล เหมือนยังไปไม่ถึงสักที ฟ้าเริ่มมืดลง เป็นอุปสรรคของทีมงานเพิ่มไปอีก เพราะเส้นทางเส้นนี้ ไม่มีใครใช้มานานแล้ว ทำให้การแกะทางยากลำบาก ทิ้งห่างกันไม่มาก ก็มองกันไม่เจอ หากันไม่ได้แล้ว แล้วเหมือนพวกเรากำลังจะหลงทาง

ต้องเดินกันเป็นกลุ่ม หยุดรอกันเป็นระยะ หากทิ้งช่วงห่างเกินไป จะหลงไปในป่า ค่อย ๆ แกะรอยตามไป เดินจนล้า รวมกลุ่มได้ทั้งหมดแล้ว มาถูกเส้นทางแล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ ถือว่าต้องระวังมากที่สุด เพราะเขาตัดลง 90 องศา ต้องค่อย ๆ ปีนลงมา โดยใช้เชือกผูกช่วยจับ

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับผม ในระหว่างก้าวลง

เชือกขาด ดีที่ช่วงช่องหินแคบ ทำให้มือประคองไว้ได้

โล่งใจไป ค่อย ๆ ไต่ ค่อย ๆ จับ ก้าวมาทีละก้าว 2 ทุ่มแล้วเพิ่งจะถึงครึ่งทาง หิวซะแล้ว โชคดีที่มีข้าวหลามจังหวัดน่าน พกติดเข้าป่ามาด้วย ช่วยประทังความหิวไปได้เยอะเลย

จากนี้ไปจะเป็นทางเดินป่าเรียบ ๆ ต้องค่อย ๆ เดินตามกันไป จนถึงที่พักค้างคืน ถึงที่พักคืนนี้แล้ว แต่ละคนกางเต็นท์ ทำกับข้าว เตรียมอาหารสำหรับมื้อค่ำนี้ เป็นมือค่ำที่กินดึกเป็นปกติสำหรับพวกเรา ค่ำนี้เรากินข้าว 5 ทุ่มครึ่ง

ดูแววตาแต่ละคน เหมือนไม่ได้ผ่านความเหน็ดเหนื่อยมาก่อน คุยสนุกสนาน พักผ่อนตามอัธยาศัย พรุ่งนี้เราจะไปค้นหาถ้ำทองคำกันต่อ

ตื่นแต่เช้า แม่ค้าติส และพี่โอ๋ เตรียมอาหารทั้งคาวและหวานไว้รอพวกเรา กินไปก็ถามกันไปว่า ถ้ำทองคำอยู่ที่ไหน คำตอบก็คือ อยู่ด้านหลังพวกเรานี่แหละ กินข้าวเช้าแล้ว เดินเข้าป่าไปสำรวจถ้ำทองคำกันดีกว่า เป็นถ้ำที่น้อยคนนักจะเข้ามาถึง ขออนุญาตใช้กล้องไนท์ช็อต หรือว่ากล้องถ่ายภาพกลางคืนก่อน

พื้นที่เป็นดินละเอียด คาดว่าช่วงหน้าน้ำ น้ำน่าจะท่วมพื้นที่นี้ทั้งหมด ลักษณะเป็นโถงใหญ่ ภายในมีหินงอกหินย้อย และเสาหินขนาดใหญ่ให้ถ่ายภาพ หากดูผิวเผินอาจจะยังไม่เห็นความแตกต่างจากถ้ำทั่วไป แต่คุณผู้ชมลองค่อย ๆ หรี่แสงไฟ และส่องขึ้นไปบนเพดาน

เห็นสีทองเปล่งประกาย ระยิบระยับไปหมด ทำให้ผนังด้านบนดูเป็นสีทอง

ไม่มั่นใจว่าเป็นแร่อะไร แต่ก็ทำให้ผนังกลายเป็นสีทอง จนมองเหมือนเป็นผนังทองคำ

ลองเดินเข้าไปสำรวจข้างใน เดินค่อนข้างลำบาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทางน้ำและแอ่งน้ำ

มองลงไปน้ำใส มีปลาอาศัยอยู่ ในถ้ำไม่อึดอัด มีอากาศผ่านเข้าออกตลอดเวลา

เดินเข้ามาจนสุดทาง ไปต่อไม่ได้ เพราะติดแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เลยไม่รู้ว่าภายในถ้ำจริง ๆ มีอะไรบ้าง แต่ก็ถือว่าวันนี้ได้ถ่ายภาพกับถ้ำทองคำ ก็คุ้มแล้ว

ขากลับพวกเราเก็บสัมภาระ เดินกลับอีกทางหนึ่ง กว่าจะเดินมาถึงก็เย็นพอดี

สำหรับคุณผู้ชมอาจจะเหนื่อยเกินไป แวะมาเที่ยวและซิปไลน์ The Rock Viewpoint @ ภูผาม่าน จะสบายกว่า เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย สะใจกว่าเดิม

ขอบคุณ พี่ยักษ์ ทีมอนาถาทัวร์, พี่อินที ผู้อำนวยการ Green Discovery