ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : โรงพยาบาลเมืองกรุงกับแผนรับมือผู้ป่วยโควิด 19

นี่ไม่ใช่การซ้อมแผนรับมือกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 อีกต่อไป หลังผู้ต้องสงสัย กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และมีไข้ ถูกส่งต่อจากศูนย์บริการสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร มายังโรงพยาบาลกลาง ใจกลางเมืองหลวง

โดยทันทีที่รถพยาบาลฉุกเฉินมาถึง ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด 19 ก็ถูกนำตัวไปยังช่องทางพิเศษ ขึ้นไปยังห้องควบคุมอุณหภูมิ ที่มีทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะรอรับอยู่ เพื่อทำการเก็บสารคัดหลั่ง แล้วส่งไปยังห้อง Lab ภายนอก รอการแจ้งผลภายใน 6 ชั่วโมง โดยระหว่างรอ ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด 19 จะต้องนอนรอในห้องควบคุมอุณหภูมิแบบปิด ไม่ให้เชื้อหลุดรอดออกมานอกห้องได้ นี่เป็นเทคนิคเฉพาะที่พยาบาลหัวหน้ากลุ่มงานโรคติดเชื้อ ยืนยัน เป็นระเบียบที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ขณะที่รถพยาบาลฉุกเฉิน จะถูกเคลื่อนไปจุดรอ เพื่อรับการทำความสะอาด โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมโดยเฉพาะ เพื่อล้างจุดสัมผัส และสารคัดหลั่ง ที่อาจปนเปื้อนอยู่ภายใน ก่อนจะไปรับผู้ป่วยรายต่อไป หากได้รับแจ้ง โดยรถคันดังกล่าว จะให้บริการเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ ไม่รับส่งผู้ป่วยในระบบปกติ ช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำแผนรถฉุกเฉิน ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ ยอมรับว่า แม้จะหวั่นใจ แต่ก็เชื่อมั่นในระบบ ที่ได้รับการซักซ้อมมาอย่างดี

ไม่เพียงแค่คัดแยกช่องทางพิเศษ ชั้นพิเศษ ที่แยกกลุ่มเสี่ยง ที่พักรอผลตรวจ โรงพยาบาลกลาง ยังจัดห้องซักอาการและเก็บสารคัดหลั่ง แบบควบคุมอุณหภูมิ สำหรับผู้ใช้บริการที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่ยังไม่มีอาการปรากฏ และมาขอตรวจเชื้อไว้อีกทางด้วย พร้อมจัดถังขยะติดเชื้อ ไว้ตามประตูทางออก เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทิ้งให้ถูกที่ ป้องกันการปนเปื้อน นอกเหนือไปจากการลดจุดเข้าออกโรงพยาบาล จาก 4 ประตู เหลือเพียง 2 ประตู โดยมีการติดตั้งกล้องตรวจจับอุณหภูมิไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ปะปนกับผู้ใช้บริการทั่วไป นี่เป็นมาตรการเข้ม ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางเน้นย้ำ ช่วงการแพร่ระบาด

เป็นมาตรการสำคัญ ที่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ อยากให้คนกรุงปรับตัว ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายกินปอด เพราะแม้สุขภาพจะแข็งแรง ก็อาจติดเชื้อได้ หากสัมผัสกับผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการ